การประลองดำเนินมาถึงช่วงดุเดือด การต่อสู้แย่งชิงชัยชนะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
หลังศึกของถังซิงอวี๋สิ้นสุดลง การประลองอีกคู่ก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมาย สวีฝานจากอารามเต๋า ต้องประมือกับเหลียวเฉียง อัจฉริยะอันดับสองแห่งหอศาสตรา
เหลียวเฉียงมีรูปร่างกำยำประหนึ่งหอเหล็ก พลังบำเพ็ญบรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นเทพเฮ่าชั้นที่ 6 แล้ว
วิชาที่เขาฝึกฝนคือเคล็ดกายาวัชระ ซึ่งเป็นวิชาลับที่สืบทอดในหอศาสตรา ร่างกายแข็งแกร่งไร้เทียมทาน พละกำลังน่าครั่นคร้าม เพียงหมัดเหล็กคู่หนึ่งก็สามารถถล่มภูผาให้แหลกสลาย
ก่อนหน้านี้ เขาอาศัยความได้เปรียบด้านพละกำลังอย่างเด็ดขาด กวาดล้างคู่ต่อสู้แข็งแกร่งหลายคนราวกับหักไม้ผุ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นม้ามืด
บนเวทีประลอง เหลียวเฉียงมองสวีฝานที่สะพายกล่องกระบี่อยู่เบื้องหน้า ก่อนแสยะยิ้ม เสียงดังกังวานราวระฆัง “สวีฝาน ได้ยินว่าเพลงกระบี่ของเจ้าไม่เลว ให้ข้าเหลียวได้เห็นฝีมือหน่อยเป็นไร? ไม่เช่นนั้น แค่กล่องผุพังบนหลังนั่นคงต้านหมัดข้าไม่อยู่หรอก”
สีหน้าสวีฝานสงบนิ่ง มิได้เดือดดาลเพราะคำยั่วยุของอีกฝ่าย
เขารู้ดีว่าเหลียวเฉียงแข็งแกร่งเพียงใด หากอาศัยแค่พละกำลังของร่างกายกับการป้องกันจากเคล็ดเทพหยก เกรงว่าจะเอาชนะได้ยาก
“เริ่มประลอง”
กรรมการประกาศ
เหลียวเฉียงคำรามลั่น กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปน ผิวสีทองแดงเปล่งประกายดุจโลหะ ทั้งร่างประหนึ่งอสูรร้ายในร่างมนุษย์ ก่อนเหวี่ยงหมัดเข้าใส่สวีฝาน
ลมหมัดฉีกกระชากอากาศ เกิดเสียงระเบิดแหลมบาดหู
แววตาสวีฝานพลันเคร่งขรึม เขาเร่งเคล็ดเทพหยกจนถึงขีดสุดในพริบตา แสงหยกไหลเวียนรอบกาย ขณะเดียวกันก็ใช้วิชาร่างกายถอยฉากอย่างรวดเร็ว พร้อมยกกล่องกระบี่ในมือขึ้นปัดป้อง
“เคร้ง!”
เสียงกระแทกดังสนั่นประหนึ่งระฆังยักษ์กังวาน
กล่องกระบี่ปะทะหมัดเหล็กอย่างดุดัน สวีฝานรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้ถาโถมเข้ามา แขนชาจนแทบไร้ความรู้สึก เลือดลมปั่นป่วน ร่างถูกแรงกระแทกซัดให้ถอยกรูดไม่หยุด
