เจ้าของแผงเป็นทหารผ่านศึกไว้หนวดเครารุงรัง แววตาขุ่นมัว มองลู่เหวย์อย่างระแวดระวัง ถามเป็นภาษารัสเซียแข็งๆ ว่า “เอาอะไร?”
ลู่เหวย์ไม่ถามราคาตรงๆ แต่ย่อตัวลงหยิบเอเคเอ็มกระบอกหนึ่งขึ้นมา น้ำหนักมือจับแล้วหนักแน่น ตัวปืนมีรอยสึกกร่อนบ้าง แต่ชิ้นส่วนสำคัญดูอยู่ในสภาพดี
เขาเลื่อนคันรั้งลูกเลื่อนตรวจลำกล้อง ท่วงท่าไม่ถึงขั้นมืออาชีพ แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่มือใหม่เสียทีเดียว
เขามองปืนพกมาคารอฟที่วางอยู่ข้างๆ ปืนพกมาตรฐานของกองทัพโซเวียตชนิดนี้โครงสร้างเรียบง่าย ใช้การได้ค่อนข้างง่าย
“อันนี้ กับอันนี้ แลกยังไง?” ลู่เหวย์ถามด้วยภาษารัสเซียที่คล่องแคล่ว พลางชี้ไปที่เอเคเอ็มและมาคารอฟ
เจ้าของแผงชูสองนิ้ว “ปืนยาว 100 ดอลล่าร์สหรัฐ ปืนพก 50” เว้นจังหวะนิดหนึ่งแล้วเสริมว่า “หรือจะเอาของดีๆ ของพวกนายมาแลกก็ได้” สายตากวาดมองบนตัวลู่เหวย์ เห็นได้ชัดว่ารู้ว่าพ่อค้าเร่ชาวจีนพวกนี้มีของอยู่ในมือ
ลู่เหวย์ส่ายหน้า “แพงไป ลดให้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ ผมเอาหมด”
“เป็นไปไม่ได้ ถ้านายอยากได้ก็ลดให้มากสุด 10 เปอร์เซ็นต์ รับแต่ดอลล่าร์สหรัฐ”
ลู่เหวย์ไม่พูดอะไร แต่หยิบนาฬิกาดิจิทัลที่ห่อด้วยถุงพลาสติกใสออกจากย่ามที่พกติดตัวมาสองสามเรือน
