โต้วโต้วไม่รู้จะพูดอย่างไร ถึงกับรู้สึกทั้งโกรธทั้งอับอาย
ไม่ว่าหนุ่มหรือวัยกลางคน ต่างก็หาเหตุผลมาวนเวียนอยู่รอบตัวเธอกับถิงถิง ทั้งเอาใจใส่และกระตือรือร้น
เมื่อไม่กี่คืนก่อน ตอนกลับมา พวกนั้นถึงกับเล่นละครช่วยหญิงงามกันเองจนโต้วโต้วโมโห หักแขนพวกเขาไปเสีย
เจียงหนิงมองโต้วโต้ว วัยสาวแรกแย้มงดงามราวดอกไม้ผลิบาน ไม่ต้องพูดถึงผู้ชายที่ใจเต้นระรัว แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันยังละสายตาไม่ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาติกำเนิดกับทรัพย์สินที่มีอยู่ ใครเห็นแล้วจะไม่อยากได้บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงเธอหรอก แค่ตัวเธอกับฮั่วอี้เซินเกิดวันหนึ่งเลิกรากัน คงมีผู้ชายมาประจบประแจงจนเหยียบธรณีประตูพังแน่
นี่แหละคือความจริง!
เจียงหนิงปวดหัว คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเรียบเรียงคำถาม “โต้วโต้ว น้องคิดว่าน้องชายสามตระกูลหรงเป็นคนยังไง?”
“ก็ดีนะคะ”
เธอลองหยั่งเชิง “ดีแบบไหนล่ะ?”
โต้วโต้วชะงักไป “เขา...ก็ดีเพราะพี่กับพี่ชายน่ะค่ะ”
“แล้วน้อง...” เจียงหนิงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “เขาเคยพูดอะไรเหลวไหลกับน้องไหม หรือทำอะไรบ้างหรือเปล่า?”
โต้วโต้วยิ่งงุนงง “ไม่มีค่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
เจียงหนิงอ้าปาก “ไม่มีอะไร แค่เขาเป็นพวกพูดจาเหลวไหล ไม่เคยทำอะไรน่าเชื่อถือสักครั้ง”
จู่ ๆ เธอก็ถามต่อไม่ออก
ตอนฮั่วอี้เซินกลับมา ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
รายงานภารกิจเสร็จเรียบร้อย อวี้ฉางเจิงจะส่งคนมาตรวจนับเสบียงในวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยส่งมอบ
เจียงหนิงสงสัย “พวกเราขนกล่องเมล็ดพันธุ์อารยธรรมกลับมาตั้งเยอะ อวี้ฉางเจิงไม่ได้ถามรายละเอียดขั้นตอนเลยเหรอ?”
“ไม่ได้ถาม”
ที่เขาไม่ซักถาม คงเป็นเพราะกู้ถิงหลินจัดการพูดคุยไว้เรียบร้อยแล้ว
