ภายใต้ท้องฟ้าสีคราม คลื่นทะเลที่ซัดสวนกับแนวหินสีดำมืดกระเซ็นเป็นฝอยสีขาวโพลน เสียงคลื่นดังครืนคล้ายฟ้าร้อง ก้องกัมปนาทไปทั่วหน้าผา
นี่คือทางเดินแคบ ๆ ที่โดดเดี่ยวล้อมรอบด้วยภูเขาเขียวขจี สูงจากระดับน้ำทะเลด้านล่างราวแปดสิบกว่าเมตร หากก้าวข้ามราวกั้นเตี้ย ๆ ริมถนนแล้วเดินต่ออีกไม่กี่ก้าว ก็จะยืนอยู่บนหน้าผาที่มองเห็นแนวน้ำทะเลสีครามเข้มได้ไกลสุดสายตา
ขณะนี้ ที่ขอบหน้าผาแห่งนั้น มีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ในชุดกิโมโนขาดรุ่งริ่งยืนอยู่
เท้าข้างหนึ่งของเธอสวมรองเท้าไม้ที่ฐานส้นหัก ส่วนอีกข้างรองเท้าหายสาบสูญไปแล้ว ผมสีดำเปื้อนคราบน้ำมันม้วนเป็นจุก มัดด้วยเข็มกลัดรูปดอกซากุระสีชมพูอ่อนเปล่งประกาย เส้นผมปรกที่ขมับปลิวไสวไปตามแรงลม
เด็กหญิงอายุเพียงสิบสองสามปี เล็กและอ่อนเยาว์ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตามองไปยังทะเลไกลโพ้น มือเล็ก ๆ ทั้งสองกำชายกิโมโนแน่น ริมฝีปากเม้มแน่น จนบอกไม่ถูกว่าความโศกเศร้าและแร้นแค้นนั้นมีมากแค่ไหน
หลายชั่วยาวนานต่อมา เธอหยิบโทรศัพท์พับที่แปะสติกเกอร์พิคาชูสีเหลืองซีดออกมา
เธอกดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง
“ฮัลโหล……” เธอเอ่ยขึ้นอย่างกลัว ๆ
“ที่นี่สถานีตำรวจเมืองโยโกฮามะ มีอะไรให้ช่วยเหลือไหมคะ?”
“พวกคุณช่วยเก็บศพให้คนอื่นได้ไหม?”
“ขออภัยคะ คุณพูดว่าอะไรนะคะ?”
“เก็บศพ” เด็กหญิงมองไปยังคลื่นทะเลที่เชี่ยวกรากใต้เท้า “อีกห้านาที หน้าผาริมเส้นทางมาจิยามะ……พวกคุณมาช่วยเก็บศพให้ฉันได้ไหม?”
