ทุกฝ่ายที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรังสีดุดันในแววตาของอู๋ไป๋กวาดมอง ต่างใจสั่นสะท้าน ไม่กล้าสบตา
อู๋ไป๋พูดเรียบเฉยว่า “ข้ารู้ว่าทรัพยากรสำคัญต่อพวกท่านเพียงใด ฉะนั้นจึงไม่โทษที่พวกท่านมาแย่งชิง”
“สิ่งที่ข้าจะบอกพวกท่านคือ ในหุบเขานี้ไม่มีทรัพยากร มีแต่ตะขาบยักษ์พิษนับไม่ถ้วน กับอสุรกายครึ่งคนครึ่งผีอีกตนหนึ่ง”
“เมื่อครู่มีสหายหลายคนเข้าไปแล้ว คงได้ประมือกับความร้ายกาจของตะขาบยักษ์พิษพวกนั้นมาแล้ว”
ผู้คนในที่นั้นล้วนมีสีหน้าเศร้าสลด พวกพ้องของพวกเขาก็ถูกตะขาบยักษ์พิษพวกนั้นสังหาร แม้แต่ซากศพก็ไม่เหลือ
อู๋ไป๋พูดต่อว่า “หากมีทรัพยากรจริง พวกเราจะกลับมามือเปล่าได้อย่างไร”
“อีกสักครู่ ข้าจะปิดทางเข้า หวังว่าพวกท่านจะบอกกล่าวเพื่อนในยุทธภพว่า ที่นี่อันตราย อย่าหาที่ตายเลย”
ทุกคนพยักหน้าหงึกหงัก
พวกเขาก็เคยเข้าไป รู้สภาพด้านในดี หากมีทรัพยากรจริง คนอย่างอู๋ไป๋จะออกมามือเปล่าได้อย่างไร
แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อ บางทีข้างในอาจมีทรัพยากรจริง ๆ และมีปริมาณมหาศาล คนของอู๋ไป๋ขนไปไม่หมดในคราวเดียว ต้องรอให้ทุกคนจากไปแล้วค่อยกลับมาเอาแน่
ทุกคนต่างคิดไม่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับคำพูดของอู๋ไป๋ สถานการณ์บีบบังคับคน
ยอดฝีมืออย่างเหลียงหยุนเตายังไม่ใช่คู่ต่อสู้แม้แต่กระบวนท่าเดียว พวกเขาพูดพล่ามไปก็หาที่ตายชัด ๆ
ทุกฝ่ายต่างพากันอำลา
อู๋ไป๋มองไปทางเหลียงหยุนเตา
