อู๋ไป๋มองท่านลู่ รอให้เขาพูดเรื่องที่สอง
ท่านลู่กวาดตามองซ่างกวนอวี่เฟย จากนั้นก็พูดกับอู๋ไป๋อย่างช้า ๆ ว่า
“เจ้ารู้จักสำนักมังกรดำหรือไม่”
อู๋ไป๋พยักหน้าเล็กน้อย
“ไม่กี่วันก่อน เหลียงหยุนเตา รองเจ้าสำนักมังกรดำตายในสนามรบ”
ในใจอู๋ไป๋หัวเราะเย็น “ตายในสนามรบงั้นรึ ช่างประจบสอพลอเก่งจริง เหลียงหยุนเตาตายยังไม่สู้หมาตัวหนึ่ง”
อู๋ไป๋ไม่ได้ส่งเสียง เขานึกไม่ออกชั่วขณะว่าท่านลู่ผู้นี้เอ่ยถึงเหลียงหยุนเตาหมายความว่าอะไร
ท่านลู่พูดต่อ “เหลียงหยุนเตาถูกอู๋ไป๋ฆ่า”
อู๋ไป๋ยิ้มน้อย ๆ “พอได้ยินมาบ้าง”
ท่านลู่ประหลาดใจเล็กน้อย “ข่าวของเจ้ารวดเร็วดีนี่”
อู๋ไป๋พูดเรียบ ๆ “ท่านลู่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา จะโอ้อวดความแข็งแกร่งของอู๋ไป๋ หรือดูถูกว่าเหลียงหยุนเตาเป็นคนไร้ค่า”
“ไม่ใช่ทั้งนั้น” ท่านลู่โบกมือ พูดว่า “หลังจากเหลียงหยุนเตาตาย เจ้าสำนักมังกรดำโกรธแค้นมาก มาหาเรา เสนอความร่วมมือ”
“กำลังของสำนักมังกรดำแข็งแกร่งมาก พลังเช่นนี้คือสิ่งที่หออสูรทมิฬของเราต้องการ”
อู๋ไป๋ชะงักเล็กน้อย ไม่คิดว่าการที่ตนฆ่าเหลียงหยุนเตาจะทำให้หออสูรทมิฬได้ประโยชน์มหาศาลเช่นนี้ นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด
เขามีความรู้สึกเหมือนกำลังตัดชุดให้คนอื่นใส่ ความรู้สึกนี้แย่มาก
อู๋ไป๋พูดอย่างเรียบเฉย “นับเป็นเรื่องดี”
“ไม่ผิด เป็นเรื่องดีแน่นอน” ท่านลู่มองไปทางซ่างกวนอวี่เฟย “เพื่อให้แน่ใจว่าสำนักมังกรดำยอมสวามิภักดิ์ต่อเราด้วยใจจริง จำเป็นต้องส่งคนไปจับตาดูเจ้าสำนักมังกรดำ คอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเขาทุกเวลา”