สวี่จิ้งหยางค้อมกายลงทันที น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำและหนักแน่น “ฝ่าบาททรงเมตตา กระหม่อมซาบซึ้งในพระกรุณายิ่งนัก แต่ธูปดอกนี้ กระหม่อมมิอาจรับไว้ได้เด็ดขาด”
ฝ่าบาทเหลือบพระเนตรมอง “โอ้? เพราะเหตุใด”
“ฝ่าบาท กระหม่อมเป็นแม่ทัพ การออกรบสังหารศัตรูเป็นหน้าที่ การปราบกบฏให้ราบคาบนั้นอาศัยพระปรีชาสามารถในการวางแผนของฝ่าบาท อาศัยทหารทั้งสามทัพสละชีวิตเข้าสู้ และอาศัยความไว้วางใจสนับสนุนจากราษฎรทั่วหล้า”
“ความดีความชอบเป็นของทุกคน มิใช่ของกระหม่อมเพียงผู้เดียว ธูปดอกแรกที่ใช้บูชาขอบพระคุณเทพยดานี้ มีเพียงฝ่าบาทเสด็จมาจุดด้วยพระองค์เอง จึงจะเป็นตัวแทนแคว้นต้าเยียนแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจากสวรรค์ได้อย่างแท้จริง กระหม่อมมิกล้าล่วงเกิน”
สิ้นเสียงของนาง ลมร้อนระลอกหนึ่งก็พัดผ่าน พาความอบอ้าวของฤดูร้อนมาเพิ่มขึ้นอีก
สวี่จิ้งหยางอยู่ใกล้ฝ่าบาทยิ่งนัก ท่ามกลางกลิ่นอายของลมร้อนที่ผสานกับกลิ่นยา นางพลันได้กลิ่นบางอย่างจาง ๆ ราวกับมีราวกับไม่มี
เป็นกลิ่นเน่าเหม็นที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของฉลองพระองค์มังกร
สวี่จิ้งหยางเหลือบมองฉลองพระองค์กว้างที่พลิ้วไหวของฝ่าบาท ก่อนเก็บสายตากลับมาอย่างไม่แสดงอาการ
เมื่อฝ่าบาททรงสดับคำพูดของนาง ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทรงพระสรวลออกมา เสียงหัวเราะแหบพร่า เจือด้วยลมหายใจหอบถี่ไม่สม่ำเสมอ
“ช่างเป็นคำกล่าวที่ว่า ความดีความชอบเป็นของทุกคนเสียจริง! เดิมทีเรายังคิดจะกล่าวว่าเจ้าเป็นดาวบุญที่นำสันติมาให้ แต่เจ้ากลับผลักความดีความชอบไปเสียหมด”
องค์หญิงใหญ่แย้มสรวลตาม พลางใช้พัดกลมพัดลมให้ฝ่าบาทเบา ๆ “เจาอู่อ๋องถ่อมตนเกินไปแล้ว ความดีความชอบของเจ้า ผู้คนทั่วหล้าล้วนประจักษ์ ฝ่าบาทตรัสว่าเจ้ามีวาสนาเปี่ยมล้น เจ้าก็เป็นเช่นนั้น อย่าดูแคลนตนเองเลย”
สวี่จิ้งหยางกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท องค์หญิงใหญ่ กระหม่อมไม่เชื่อเรื่องดาวบุญ”
