หานลู่พาชายผู้หนึ่งเข้ามา ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมผ่าหน้า และมีหนวดเครารุงรังเต็มแก้ม
จ้าวซีปรายตามอง มุมปากเผยรอยหัวเราะเย็นเย้ยหยัน
“ท่านอ๋อง ท่านคงมิได้คิดจะสุ่มหาบุรุษสักคนมาแอบอ้างว่าเป็นชู้ของป้าซื่อ แล้วกล่าวเท็จว่านางหนีไปกับเขาหรอกกระมัง?”
กล่าวจบ จ้าวซีก็แค่นเสียง “กลอุบายต่ำช้าเช่นนี้ มีแต่จะยิ่งเผยให้เห็นความเลวทรามของท่าน!”
ในเวลานั้นเอง ไป๋รุ่ยเจี๋ยกระชากนางอย่างแรงสองครั้ง จนศีรษะของนางแทบก้มจรดพื้น
“พี่หญิง อย่าพูดอีกเลย นั่นคือพ่อบ้านใหญ่ตระกูลไป๋!”
เขาคือคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ เป็นบ่าวที่เกิดในจวน กระทั่งได้รับอนุญาตให้ใช้แซ่เดียวกับตระกูลนาย
สีหน้าเย้ยหยันของจ้าวซีพลันแข็งค้าง “อะไรนะ?”
ตระกูลไป๋? นั่นก็คือตระกูลของแม่สามีเก่าของป้าซื่อ นางจ้าวมิใช่หรือ?
จ้าวซีทั้งฉงนทั้งหวาดระแวงในใจ สวี่จิ้งหยางไปเกี่ยวข้องกับตระกูลไป๋ได้อย่างไร?
เห็นพ่อบ้านใหญ่ไป๋เดินมาหยุดเบื้องหน้าทุกคน แล้วค้อมกายประสานมือด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
เขากล่าวว่า “ขอบพระคุณท่านอ๋องที่ดูแลมาหลายวัน วันนี้ข้าน้อยตั้งใจจะพานางจ้าวกลับไปเพื่อรายงานเรื่องนี้แล้วขอรับ”
สวี่จิ้งหยางเม้มริมฝีปาก “ไม่ต้องเกรงใจ เดิมทีข้าไม่อยากทำให้เรื่องบานปลาย จึงอนุญาตให้เจ้ารับคนกลับไปอย่างเงียบ ๆ ก็พอแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าคนตระกูลจ้าวจะยืนกรานให้เปิ่นหวังชี้แจง ในเมื่อพ่อบ้านไป๋มาถึงแล้ว เช่นนั้นก็ขอให้ท่านช่วยอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างชัดเจนต่อหน้าที่นี่”
พ่อบ้านใหญ่ไป๋ขมวดคิ้ว “คิดไม่ถึงว่าจะสร้างความยุ่งยากให้ท่านอ๋อง ข้าน้อยต้องขออภัยจริง ๆ ขอรับ”
“เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของตระกูลไป๋ ข้าไม่ประสงค์จะนำออกมาเปิดเผยต่อคนนอก แต่เมื่อท่านอ๋องมีรับสั่ง ข้าน้อยก็จะชี้แจงต่อหน้าทุกท่าน นางจ้าวเป็นฮูหยินแห่งตระกูลไป๋ นายท่านถึงแก่กรรมไปเมื่อสองปีก่อน นางเพิ่งเป็นม่ายได้ไม่นาน ใครจะคิดว่านางกลับปล่อยให้คุณชายของพวกเราคือไป๋รุ่ยเจี๋ยก่อเรื่องอาละวาดอยู่ภายนอก จนก่อเหตุข่มขืนหญิงชาวบ้านไม่สำเร็จและทำให้คนตาย ตามกฎหมายย่อมต้องรับโทษหนัก”
