ฉือหยานโจวราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว จึงตอบสนองก่อนเธอหนึ่งจังหวะ
มือที่เดิมเพียงกุมกันหลวม ๆ พลันกระชับแน่น นิ้วทั้งสิบสอดประสานกัน
แรงไม่ได้มากจนทำให้เธอเจ็บ แต่ก็พอดีที่จะยับยั้งไม่ให้เธอดึงมือออก
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังอาศัยแรงนั้นดึงเธอเข้าหาตัวเบา ๆ
ระยะห่างของทั้งคู่พลันใกล้กันขึ้น...
จากเดิมที่ยืนเคียงไหล่กัน ตอนนี้แทบจะหันหน้าเข้าหากันแล้ว
ปลายจมูกของเธอแทบชนอกเขา กลิ่นหอมสดชื่นของไม้บนตัวเขาผสมกับความเย็นบางเบาของสายลมยามค่ำคืนลอยมาแตะจมูกอย่างชัดเจน
ลู่หนานเกอเงยหน้าขึ้น ฉือหยานโจวก้มตามองเธออยู่
แสงสีชวนให้ใจเตลิดที่หมุนวนอยู่ในห้องคาราโอเกะทอดเงาจาง ๆ ลงบนโหนกคิ้วและสันจมูกอันโดดเด่นของเขา
ยิ่งทำให้ดวงตาคล้ำลึกคู่นั้นดูหยั่งลึกยากจะคาดเดา
ลมหายใจของเขาแผ่วเบา แต่เพราะอยู่ใกล้กันเกินไป จึงพัดผ่านปอยผมหน้าผากและแก้มของเธอเป็นระยะ ก่อให้เกิดความรู้สึกคันยุบยิบแปลก ๆ ที่ชวนให้ใจสั่น
ลู่หนานเกอรู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“คุณดื่มเหล้ามาเหรอ?” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงต่ำและแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย
ลู่หนานเกองุนงงอยู่บ้าง ก่อนตอบตามสัญชาตญาณว่า “อือ... นิดหน่อย”
แต่ในใจกลับพึมพำว่า [เห็นชัดขนาดนี้ ยังต้องถามอีกเหรอ?]
สายตาของฉือหยานโจวหยุดอยู่บนริมฝีปากชุ่มฉ่ำเป็นประกายของเธอชั่วครู่ ก่อนเลื่อนกลับมาที่ดวงตา
จากนั้นก็ถามต่อ น้ำเสียงฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร แต่คล้ายกำลังเก็บงำอะไรบางอย่างไว้
“ผู้ชายคนนั้นเมื่อกี้” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “คุณคิดว่าเป็นยังไง?”
ลู่หนานเกอชะงักกับคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขา...
เธอกะพริบตาปริบ ๆ ฤทธิ์เหล้าทำให้ความคิดเชื่องช้า แต่สายตากลับอดมองใบหน้าของเขาไม่ได้
