“คิดจะเปิดสำนักศึกษาเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ยังทำไม่ได้เลย”
เห็นหลินเฟิงกำลังครุ่นคิด เซี่ยอวิ้นหลิงจึงกล่าวความเห็นของตนต่อ
“นับแต่โบราณมา พ่อค้าล้วนมีฐานะต่ำกว่าผู้อื่น การทำไร่ทำนาจึงเป็นรากฐานของราษฎร และเป็นอาชีพที่สมควรทำ การฉวยโอกาสค้ากำไร ซื้อถูกขายแพง เอาเปรียบชาวบ้าน ล้วนไม่ใช่สิ่งที่คนเที่ยงธรรมพึงกระทำ เงินที่พวกเขาหามาได้ล้วนเป็นเงินสกปรก...”
เห็นเซี่ยอวิ้นหลิงพูดจนน้ำลายกระเซ็น ไม่รู้จักจบสิ้น
หลินเฟิงจึงได้แต่โบกมือให้เขาหยุด
“เอาอย่างนี้ ใต้เท้าเซี่ย ท่านอยู่ที่ป้อมหลิ่งโตวจื่อต่อ แล้วช่วยหลี่สยงดูแลงานส่งกำลังบำรุงดีหรือไม่?”
เซี่ยอวิ้นหลิงเบิกตาโต “ท่านแม่ทัพหลิน ข้าน้อยเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อโดยชอบธรรม ดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นเจ็ด จะให้ไปดูแลงานจิปาถะด้านส่งกำลังบำรุงของป้อมแห่งหนึ่งได้อย่างไร?”
หลินเฟิงจนปัญญา จึงเสนออีกครั้ง
“เช่นนั้นท่านไปช่วยผู้ดูแลใหญ่ไป๋ ดูแลงานการศึกษาของสำนักศึกษาดีหรือไม่?”
“หา? ท่านแม่ทัพหลินจะให้ข้าน้อยไปเป็นอาจารย์สำนักศึกษาหรือ?”
“อืม เป็นอาจารย์ใหญ่”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ขัดต่อกฎหมายต้าจง”
หลินเฟิงขมวดคิ้ว “เช่นนั้นท่านไปเป็นจู่ปู้ที่ชิงสุ่ยเถิด ตำแหน่งก็อยู่ในขั้นเจ็ดเช่นกัน”
“ท่านแม่ทัพหลิน ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากซูทูถ่งให้มารับตำแหน่งนายอำเภอที่ชิงสุ่ย ท่านคิดจะขัดคำสั่งหรือ?”
หลินเฟิงกล่าวเสียงเรียบ
“แนวทางการปกครองของท่านสวนทางกับข้า แล้วจะเป็นนายอำเภอได้อย่างไร?”
เซี่ยอวิ้นหลิงหน้าแดงก่ำ ตวาดเสียงดัง
“ข้าเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อแห่งต้าจง สิ่งที่ข้าพิทักษ์คือกฎหมายต้าจง และสิ่งที่ข้าทำคือเป็นขุนนางตามครรลองแห่งต้าจง แนวทางการปกครองของข้าต่างจากของท่านหลินเฟิงอย่างไร? เป็นท่านต่างหากที่ขัดต่อกฎหมายต้าจง!”