ไป๋จิ้งตอบเสียงเบาอย่างกระวนกระวาย
“พี่ ข้าเอง ข้าเป็นห่วงพี่...”
“เอาละ ๆ คราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีก การประลองเป็นไปอย่างยุติธรรม หากทำเช่นนี้ย่อมทำให้ชื่อเสียงของต้าจงมัวหมอง”
“อืม ทราบแล้ว พี่”
“พอแล้ว ทุกคนกลับไปก่อน จับคนผู้นี้เข้าคุก รอสอบสวน”
น่าหลานกัดฟันแน่นจนแทบแหลกละเอียด
“หลินเฟิง... เจ้าคนต่ำช้า... เจ้า... เจ้าต้องตายไม่ดีแน่!”
“พูดอะไรเช่นนั้น เรื่องเป็นหรือตาย ไว้ค่อยถกกันวันหลังเถิด”
กล่าวจบ เขาก็ปัดฝุ่นบนร่าง ก่อนก้าวออกจากประตูไปตามลำพัง
หลินเหมากับหลินโชวมองภาพในลานเรือนอย่างเหม่อลอย
“ท่านพ่อ พี่ชายชนะแล้ว”
“ถุย! ชนะบ้าบออะไร เล่นไม่ซื่อชัด ๆ”
หลินเหมาพึมพำด่าเสียงต่ำ
หมอรีบเข้ามาถอนลูกเกาทัณฑ์ออกจากตัวน่าหลาน แล้วพันแผลให้
จากนั้นทหารนายหนึ่งก็ยกเครื่องจองจำมาชุดหนึ่ง รอจนหมอพันแผลเสร็จ จึงสวมมันเข้าที่คอน่าหลาน
น่าหลานไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน บาดแผลลึกเกินไป เลือดยังคงไหลไม่หยุด
ทำให้นางหมดเรี่ยวแรงและเวียนศีรษะ
นางปล่อยให้คนอื่นสวมเครื่องจองจำให้ โซ่เหล็กเส้นหนาหนักพันธนาการมือเท้าไว้
ทหารสี่นายยกนางขึ้น แล้วมุ่งหน้าไปยังคุกในป้อมปราการ
ระหว่างทางกลับกองบัญชาการ ไป๋จิ้งเดินตามข้างกายหลินเฟิง ก่อนถามเสียงเบา
“พี่ ข้าทำผิดหรือไม่?”
หลินเฟิงไม่ตอบ เพียงแอบชูนิ้วโป้งให้นาง
ไป๋จิ้งเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
น่าถ่านนำทหารม้าเกราะเหล็กราวยี่สิบนายกลับถึงค่ายหลักของเที่ยเจิน
ว่านเหยียนชิงเทียนให้การต้อนรับน่าถ่านและนักรบเกราะทองแดงอีกสามคน
ภายในกระโจมบัญชาการยังมีเวินตี๋ฮั่นในเกราะเงิน และกุนซือจ๋ายตัวจื้อยืนอยู่ด้วย