จากนั้นเขาถอดเสื้อตัวสั้นที่สวมอยู่ ขยำเป็นก้อน เงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนสะบัดมือส่งก้อนเสื้อพุ่งไปบนกำแพง
ส่วนเหลียงจิ้นไฉพลิกกายพุ่งชนหน้าต่าง ทะลวงเข้าไปในห้อง
เสื้อตัวสั้นที่ลอยอยู่กลางอากาศถูกหลินเฟิงยิงธนูทะลุ ตรึงติดกับกำแพงไว้แล้ว
หลินเฟิงอดชื่นชมในใจไม่ได้ “ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นัก”
เขาชี้มือไปทางหนึ่ง “มันอยู่ทางนั้น บาดเจ็บแล้ว ไล่ตาม!”
เหล่าองครักษ์พากันวิ่งไป
เพราะเบื้องหน้ามีเรือนและลานบ้านเรียงราย สิ่งกีดขวางมีมากมาย บดบังทัศนวิสัยของหลินเฟิง
ลูกธนูจึงไม่อาจทำอันตรายอีกฝ่ายได้
หลินเฟิงเลิกคิดจะซุ่มยิงจากจุดสูง กระโดดลงจากหลังคา
“ไปจูงม้ามา ที่เหลือไปตามทิศทางเมื่อครู่ ปิดล้อมบริเวณโดยรอบ”
เขาสั่งการพลางวิ่งออกจากลานบ้าน
เมืองชายแดนกว้างใหญ่ยิ่ง ฉินฟางระดมทหารหนึ่งพันนายอย่างเร่งด่วน แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของเมือง
ยามนี้หลินเฟิงขึ้นขี่ม้าศึกแล้ว ไล่ตามทิศทางที่เหลียงจิ้นไฉหลบหนีไป
เขาควบม้าผ่านตรอกซอกซอย เฉิงเหลียงกับเวินเจี้ยนตามติดอยู่ด้านหลัง
หลินเฟิงคาดว่าเหลียงจิ้นไฉเพิ่งมาถึงเมืองชายแดนได้ไม่นาน คงเตรียมการไว้ไม่มากนัก
วิ่งไปทางนี้ในยามนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าอีกฝ่ายคิดจะหนีข้ามกำแพงเมือง
ต่อให้เขาวิ่งเร็วเพียงใด ก็ไม่มีทางเร็วไปกว่าม้าศึกของตน ขอเพียงไปถึงกำแพงเมืองและรอให้มันปรากฏตัวก็พอ
บริเวณนี้อยู่ไม่ไกลจากกำแพงเมือง เลี้ยวผ่านตรอกไม่กี่สายก็ถึงแนวกำแพง
ระหว่างกำแพงเมืองกับเรือนราษฎรมีทางเดินหินเขียวกว้างขวางคั่นอยู่ หลินเฟิงขี่ม้าศึกไปตามแนวกำแพงอย่างเชื่องช้า
พลางจับตาดูอาคารสูงต่ำหลากหลายรูปแบบที่อยู่อีกฟากของทางเดิน
เหลียงจิ้นไฉปีนข้ามกำแพงและทะลุผ่านตัวเรือน มุ่งตรงมายังแนวกำแพงเมือง