“เจ้าคิดจะฆ่าตัวตายหรือ?”
เหลียงจิ้นไฉยิ้มขื่น “ทำงานอย่างพวกเรา นี่คือวิธีพื้นฐานที่สุด”
หลินเฟิงรู้ว่าคงห้ามวิธีฆ่าตัวตายของเขาไม่ได้ จึงขบคิดหาทางรับมืออย่างตึงเครียด
“อย่าคิดจะห้ามข้า ไร้ประโยชน์ ชีวิตชราผู้นี้มอบให้พระแม่ไปนานแล้ว”
“พระแม่?”
เหลียงจิ้นไฉแย้มยิ้ม เงยหน้ามองท้องฟ้า
ราวกับเบื้องบนนั้นมีสรวงสวรรค์ที่เขาใฝ่หาอยู่
หลินเฟิงรีบถาม “รูปสลักนั่นคือพระแม่ของพวกเจ้าใช่หรือไม่?”
เหลียงจิ้นไฉไม่สนใจหลินเฟิงอีก จดจ่ออยู่กับโลกอันว่างเปล่าบนท้องฟ้าอย่างสุดจิตสุดใจ
เฉิงเหลียงกระโดดลงจากหลังม้าแล้วพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าใบหน้าของเหลียงจิ้นไฉค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ร่างกายแข็งทื่อขณะเดินตรงเข้าหาม้าศึกของหลินเฟิง
หลินเฟิงร้องเตือนอย่างเร่งร้อน “อย่าแตะต้องเขา ถอยไป!”
เฉิงเหลียงตกใจจนรีบถอยหลัง
หลินเฟิงเองก็เร่งม้าถอยห่าง
เหลียงจิ้นไฉพลันเร่งฝีเท้า ขาทั้งสองก้าวสับอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว ใกล้จะไล่ทันม้าขาวที่กำลังถอยร่น
หลินเฟิงโบกมือ หน้าไม้ของเหล่าองครักษ์ก็เริ่มระดมยิง
ลูกดอกหน้าไม้นับสิบปักร่างเหลียงจิ้นไฉจนไม่ต่างจากเม่น ทว่าก็ยังหยุดเขาที่พุ่งเข้าหาร่างหลินเฟิงไม่ได้
หลินเฟิงตะโกนเสียงดัง “ยิงต่อไป อย่าเข้าใกล้ร่างเขา!”
กล่าวพลางหันหัวม้า แล้วควบหนีสุดกำลัง
ระยะห่างระหว่างเหลียงจิ้นไฉกับเขาเพิ่มขึ้นในพริบตา แม้จะมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศเพียงใด ก็ไล่ม้าชั้นดีสี่ขาไม่ทัน เมื่อเห็นว่าหมดหวังจะตามหลินเฟิงได้
ลูกดอกหน้าไม้อีกนับไม่ถ้วนก็สกัดกั้นการไล่ตามของเขาไว้
ชั่วพริบตาถัดมา ดวงตาของเหลียงจิ้นไฉถลนออกมา ร่างกายพองโตขึ้น ก่อนจะระเบิดดัง “ปัง!”
โชคดีที่เฉิงเหลียงกับเหล่าองครักษ์ถอยออกมาได้ทัน มิฉะนั้นเลือดที่กระเซ็นจากแรงระเบิดคงเปื้อนร่างพวกเขา