คนเถื่อนภายในค่ายรั้วไม้แทบจะพังทลายอยู่รอมร่อ
หลังถูกเหยียบย่ำไปสองระลอก พวกมันก็หันหลัง เบียดเสียดดิ้นรนหนีออกไป
หลินเฟิงเห็นคนเถื่อนด้านนอกค่ายรั้วไม้เบียดกันเป็นก้อนกลม จึงโบกมือเบา ๆ ไปทางเครื่องยิงก้อนหิน
“หยุดบุก เผาพวกมันให้ตาย!”
เครื่องยิงก้อนหินไม่แยกฝ่ายในฝ่ายนอก หม้อเพลิงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะตกลงกลางฝูงคนเถื่อน
คนเถื่อนแตกตื่นราวกับฝูงหนู ต่างก้มหน้าก้มตาหาที่หลบ เปลวเพลิงร้อนระอุ
บางคนถูกไฟคลอกทั้งตัว วิ่งเข้าหาทหารม้าต้าจงอย่างสิ้นหวัง
ทว่ายังวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มคว่ำลงกับพื้น สิ้นแรงดิ้นรน
เครื่องยิงก้อนหินสี่เครื่องผลัดกันขว้างหม้อเพลิงเจ็ดแปดใบเข้าใส่ฝูงคน
ทหารม้าศึกต้าจงหยุดนิ่งอยู่กับที่ มองภาพนรกบนดินเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา
คนเถื่อนร่ำไห้เรียกหาบิดามารดา เบียดเสียดกันอย่างไร้ทิศทาง
เหล่าทหารที่เพิ่งเข้าร่วมกองกำลังหลินเฟิงเพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกว่า แม้แต่คนเถื่อนที่ดุร้ายก็มีด้านที่อ่อนแอถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นว่าจังหวะเหมาะสมแล้ว
หลินเฟิงก็ออกคำสั่งให้ทหารม้าสองพันนายออกจากค่าย โอบโจมตีคนเถื่อนจากทั้งสองด้าน
หลี่ตงไหลกับหลินเฉี่ยวเม่ยนำกำลังคนละกอง เปิดค่าย แล้วนำทหารม้าศึกทะยานออกไป
ศึกครั้งนี้ ทหารม้าเหล็กคนเถื่อนสามพันนายถูกสังหารไปถึงสองในสาม
มีทหารม้าคนเถื่อนหนีกลับไปได้ไม่ถึงหนึ่งพันนาย
แม้ผลงานจะน่าภาคภูมิใจ ทว่าความสูญเสียก็หนักหนาสาหัสเช่นกัน
อย่างไรเสีย ทหารหน้าใหม่มีจำนวนมากกว่า ในการรบบนหลังม้า พวกเขาถูกคนเถื่อนสังหารไปไม่น้อย
กองทัพที่มีทหารกว่าสามพันนาย หลังจบศึกกลับมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกือบสองพันคน
ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ได้เปรียบถึงเพียงนี้ ยังสูญเสียมากมายเช่นนี้
