“หืม?”
หลินเฟิงขมวดคิ้วถาม
“โจรภูเขามาจากที่ใด?”
“เรียนท่านแม่ทัพ ได้ยินว่ามาจากทางเขาคุยอู่ขอรับ”
หลินเฟิงมองไป๋จิ้งอย่างฉงน เห็นนางเองก็มีสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน
โจรภูเขาบนเขาคุยอู่ถูกรวบรวมมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาหมดแล้ว ในบรรดาหัวหน้าโจรสามคน สองคนติดตามเขามา ส่วนอีกคนถูกสังหารไปแล้ว
“ตอนใต้เท้าเฉินจากไป ได้บอกกล่าวผู้ใดไว้หรือไม่?”
หลินเฟิงไม่รู้ว่าขุนนางจากเมืองหลวงประจำแคว้นออกเดินทางไปแล้ว
ไป๋จิ้งรีบตอบ “พวกเขาต้องเร่งกลับเมืองหลวงประจำแคว้น จึงไม่พบพี่ใหญ่ เพียงฝากจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง”
หลินเฟิงขมวดคิ้ว “ตามหลักแล้วพวกเขามีองครักษ์ติดตามเกือบร้อยคน แสดงว่ากลุ่มโจรภูเขามีกำลังไม่น้อย”
“พี่ใหญ่ พวกเราจะไปช่วยหรือไม่?”
“เรื่องนี้เกิดขึ้นในเขตจวนตูฮู่เจิ้นซี ซูทูถ่งย่อมออกหน้าจัดการ รอดูไปก่อน”
หลินเฟิงกล่าวพลางหันหลังเดินไปยังกองบัญชาการ
เขาต้องการดูแผนที่
เขาคุยอู่อยู่ไม่ไกลจากค่ายใหญ่ชายแดน หากกลุ่มโจรภูเขามีกำลังมาก ทหารชายแดนย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย
ยังไม่ทันถึงกองบัญชาการ หลินเฟิงก็พบหลี่ตงไหลเดินสวนมา
“พี่ใหญ่ โจรภูเขาปรากฏตัวบนเขาคุยอู่อีกแล้ว”
หลินเฟิงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
“พวกมันมาจากทางอำเภอปิน คงหมายตาเสบียงฝั่งเรา”
คนกลุ่มหนึ่งเดินสนทนากันไปพลาง จนเข้าไปในกองบัญชาการ
หลินเฟิงรู้ดีว่าเมืองชิงสุ่ยของตนกลายเป็นเนื้อชิ้นโตในสายตาของขุมกำลังมากมายแล้ว
ยามขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก ไม่ว่าผู้ใดก็พร้อมเสี่ยงชีวิตเข้ามากัดกินสักคำ
จำต้องใช้มาตรการเด็ดขาดสะกดข่มคนเหล่านี้
ต้องทำให้พวกมันรู้ว่า ผู้ใดกล้าแตะเส้นต้องห้าม มีแต่ความตายรออยู่
