อาจารย์ฟางถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริง จึงรีบพยักหน้า
“ผ่านขั้นทดลองมาแล้ว ปัญหาการผลิตจำนวนมากไม่น่ามี”
หลินเฟิงหันไปกล่าวกับไป๋จิ้ง
“ดี เครื่องมือเหล็กทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่าง หัวศร พลั่วทหารช่าง ดาบทหาร และอื่น ๆ ล้วนต้องใช้เหล็กชนิดนี้ เจ้าจัดการเรื่องนี้”
“แต่เรื่องเหรียญตรา รางวัลแบ่งตามระดับที่พี่บอก...”
ไป๋จิ้งรีบเอ่ย
“อ้อ จริงสิ เรื่องนั้นให้เหวินเฉิงไปจัดการ เจ้ารับผิดชอบเรื่องนี้เป็นหลัก”
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กำชับอีกว่า “หากผลิตได้มากพอ แม้แต่เกราะก็ให้ใช้วัสดุชนิดนี้ ต่อให้คนเถื่อนฟันก็ฟันไม่เข้า”
ไป๋จิ้งเดินตามหลังเขา ได้แต่พยักหน้าไม่หยุด
ยามนี้หลินเฟิงรู้สึกอีกครั้งว่าขาดแคลนผู้มีความสามารถ
ทหารหาญตรงหน้าเหล่านี้ไม่มีปัญหาเรื่องออกรบ
แต่หากให้จัดการงานบริหารแล้ว ไม่มีใครทำได้สักคน
แน่นอนว่าเป็นเพราะหลินเฟิงเรียกร้องสูงเกินไปด้วย บนโลกนี้คงยังไม่มีใครเทียบกับคนประหลาดอย่างเขาได้
ไป๋จิ้งกับเหวินเฉิงนับว่าฉลาดล้ำเลิศแล้ว ทว่าความคิดของเขาทั้งคู่ก็เข้าใจได้เพียงคร่าว ๆ
สิบกว่าวันให้หลัง
หลินเฟิงนำเหล่านายทหารทั้งหมดในป้อมปราการมายืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบอยู่หน้าสุสานแห่งใหม่
สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นตามความคิดของเขา
หน้าหลุมศพแต่ละแห่งมีแผ่นศิลาตั้งอยู่ สลักชื่อและผลงานของเหล่าทหารผู้ล่วงลับ
นอกจากไม่มีรูปถ่ายแล้ว ที่เหลือล้วนเหมือนสุสานในชาติก่อนของหลินเฟิงทุกประการ
ป้ายหลุมศพนับพันตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ ตรงกลางก่อสร้างเจดีย์สูงตระหง่าน บนนั้นสลักอักษรสี่ตัวไว้
“วีรชนต้าจง”
ภาพที่เห็นช่างยิ่งใหญ่ตระการตา
เหวินเฉิงเป็นผู้ดำเนินพิธีอำลา
ครอบครัวของเหล่าทหารที่เสียชีวิตทั้งหมดได้รับเชิญมายังหน้าสุสาน เพื่อรับการคำนับจากบรรดานายทหาร
