องครักษ์ของหูจิ้นไฉนำโดยกงซานเผ่ารุดมาถึง เขากวาดตามองทหารชายแดนที่แตกกระเจิงไปทั่ว
“มีผู้ใดเห็นหัวหน้าของพวกมันบ้าง?”
ทุกคนต่างส่ายหน้า การต่อสู้ชุลมุนวุ่นวาย รู้เพียงว่าทหารม้าศึกฝ่ายศัตรูแต่งกายแตกต่างจากพวกตน แต่ไม่เห็นว่าผู้ใดเป็นผู้นำ
“เก็บกวาดสนามรบ เร่งมือเข้า”
องครักษ์ม้าห้าร้อยนายต่างกระโดดลงจากหลังม้า เริ่มเก็บกวาดสนามรบและตรวจนับความเสียหาย
นี่เป็นคำสั่งของหลินเฟิง ทุกครั้งหลังออกรบต้องบันทึกความสูญเสีย ผลงานความชอบ และของที่ริบมาได้ให้ชัดเจน
กงซานเผ่ากระโดดลงจากหลังม้าเช่นกัน หยิบถุงน้ำขึ้นกรอกใส่ปาก
ไล่สังหารกันมาครึ่งค่อนวัน ทั้งคนทั้งม้าต่างเหนื่อยล้า จำต้องพักกันสักครู่
ทันใดนั้น ทหารนายหนึ่งก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง
“พี่ใหญ่ คนผู้นี้ดูเหมือนหัวหน้าพวกมัน”
กงซานเผ่ารีบวิ่งเข้าไป
ข่งจิ้นถูกม้าศึกเหยียบย่ำอย่างหนักหลายครั้ง บัดนี้เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
ดวงตาทั้งสองไร้แวว จ้องมองท้องฟ้าสีเทาหม่น ปากมีฟองเลือดผุดออกมาเป็นระยะ
ริมฝีปากสองข้างยังคงขยับไปมา คล้ายกำลังพูดอะไรบางอย่าง
กงซานเผ่าเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรงหน้าข่งจิ้น แล้วพิจารณาการแต่งกายของเขาอย่างละเอียด
“อืม เป็นขุนนางใหญ่ ทุกคนหุบปาก ให้ข้าฟังว่าเขาพูดอะไร”
ทหารที่กำลังส่งเสียงเอะอะอยู่รอบข้างต่างพากันเงียบ
กงซานเผ่าโน้มตัวลง เอาหูแนบใกล้ปากของข่งจิ้น ตั้งใจฟังอย่างละเอียด
ข่งจิ้นพยายามเปล่งเสียงให้ดังขึ้น ทว่าพละกำลังทั่วร่างราวกับถูกสูบหายไปจนหมด แม้แต่แรงจะเปล่งเสียงก็ยังไม่มี
กงซานเผ่าฟังอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ยินอะไรสักคำ
จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วลุกขึ้น
“คนผู้นี้ต้องเป็นขุนนางใหญ่ในกองทัพชายแดน พาตัวกลับไปให้แม่ทัพหูดู”