หลินเฟิงเองก็คิดไม่ตก จึงครุ่นคิดมาตลอดทาง
เดินทางไปได้ไม่ไกลนัก ก็พบว่ามีกองทัพตั้งค่ายอยู่เบื้องหน้า
“บัดซบ! เหตุใดหน่วยลาดตระเวนม้าเร็วถึงไม่รายงาน?”
หลินเฟิงสะดุ้งตกใจ กองทัพที่เห็นเด่นชัดเช่นนี้ หน่วยลาดตระเวนม้าเร็วไม่มีทางมองไม่เห็น
หลินเฉี่ยวเม่ยหัวเราะ “พี่ นั่นเป็นคนของพวกเรา”
“อืม...ผู้ใดอยู่ตรงนั้น?”
ม้าศึกตัวหนึ่งควบทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คนบนหลังมาคือหลี่ตงไหล เมื่อมาถึงตรงหน้าหลินเฟิงก็พลิกตัวลงจากม้า คุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้น
“พี่ใหญ่ ข้าไม่วางใจ จึงรออยู่ที่นี่ ขัดคำสั่งของท่านแล้ว ขอท่านลงโทษด้วย”
หลินเฟิงยังไม่ทันเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงกีบม้าดังกึกก้องมาแต่ไกล
ม้าอีกยี่สิบกว่าตัวควบเข้ามา
คนบนหลังมาล้วนเป็นนายทหารระดับกลางใต้บังคับบัญชาของหลี่ตงไหล
คนกว่ายี่สิบคนกระโดดลงจากหลังม้า แล้วคุกเข่าลงข้างหลี่ตงไหล ก้มหน้าเงียบงัน
“พวกเจ้า...ทำอะไรกัน?”
“ขอท่านแม่ทัพหลินลงโทษพวกข้าพร้อมกันด้วย”
หลินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น “หลี่ตงไหล พวกเจ้ามารออยู่ที่นี่แล้วมีประโยชน์อันใด?”
“หากพี่ใหญ่กลับมาไม่ได้ ข้าก็จะนำคนไปสู้ตายกับคนเถื่อน”
“เฮ้อ ช่างไร้เดียงสา”
แม้หลินเฟิงจะซาบซึ้งอยู่บ้าง แต่สีหน้ากลับไร้อารมณ์
“สิ่งสำคัญอันดับแรกของทหารคือทำตามคำสั่ง ข้าพูดไปกี่ครั้งแล้ว เจ้ายังลืมอีกหรือ?”
หลี่ตงไหลกล่าวอย่างดื้อรั้น “คำพูดของพี่ใหญ่ ข้าจำได้ทุกคำ เพียงแต่หากไม่มีพี่ใหญ่ ข้าก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง”
“แล้วพวกเจ้าล่ะ?”
หลินเฟิงมองนายทหารยี่สิบกว่าคน
“พวกข้าขอสาบานว่าจะติดตามแม่ทัพจนตัวตาย!”
“เอาเถิด พวกเจ้าทำเอาข้าไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว กลับไปทำตามคำสั่งเสีย อย่าให้มีครั้งหน้า”
