หลังได้รับแจ้งจากสำนักงานเรื่องคนรู้หนังสือในชนบท คนบ้านสวีไม่ยอมปล่อยให้สวีหลินลงไปในชนบท
ดังนั้นในคืนวันที่ได้รับแจ้ง พ่อสวีจึงหักขาของเธอไปข้างหนึ่ง
เขาอ้างกับคนภายนอกว่าเธอจงใจทำขาหักเพื่อหนีการใช้แรงงานในชนบท ทำให้ชื่อเสียงของเธอเน่าเหม็นไปทั่ว
โชคดีที่สวีหลินยังไม่ได้ลงชื่อสมัคร จึงลงโทษเธอไม่ได้ อีกทั้งเธอกลายเป็นคนขาเป๋แล้ว ต่อให้ลงไปในชนบทก็ทำงานได้ไม่มาก
เธอจึงรอดพ้นจากการลงไปในชนบทมาได้
ปีถัดมา สวีหนวนกับสวีคุนอายุสิบหกปี เข้าเกณฑ์ต้องลงไปในชนบทเช่นกัน แต่คนบ้านสวีจัดหางานให้ทั้งสองได้ทันเวลา
ทำให้ทั้งคู่รอดพ้นชะตากรรมต้องลงไปในชนบท และใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างรุ่งเรือง
ส่วนเธอกลับกลายเป็นคนขาเป๋ที่ใครต่อใครพากันหัวเราะเยาะ
ชาติก่อนเธอใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจว่าทำไมคนบ้านสวีถึงใจร้ายกับเธอได้ขนาดนั้น
ชาตินี้สวีหลินเข้าใจแล้วว่า คนบ้านสวีกลัวเธอหลุดพ้นจากการควบคุม จึงลงมืออย่างโหดเหี้ยม พวกเขาแค่อยากกักขังเธอไว้เท่านั้น
ชาตินี้เธอจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีก ถ้าอยากหักขาเธอนัก หึ งั้นเธอจะหักขาของอีกฝ่ายก่อน
ดวงตาของสวีหลินวาววับด้วยประกายโหดเหี้ยม มุมปากที่ยกขึ้นเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยวอยู่หลายส่วน
สวีหลินคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนเลว แต่ก็ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน
เธอยึดถือหลักที่ว่า ถ้าแกไม่มารังควานฉัน ฉันก็ไม่รังควานแก แต่ถ้าแกมายุ่งกับฉัน หึหึ ฉันเอาคืนให้สาสมแน่
เธอน่ะกินได้ทุกอย่าง ยกเว้นการเสียเปรียบกับการถูกกดขี่
เธอยึดหลักว่ามีแค้นต้องชำระตรงนั้น ถ้าตอนนั้นยังชำระไม่ได้ ก็ทบคืนเป็นสิบเท่า!
สวีหลินพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา แล้วเริ่มทบทวนทักษะที่ระบบพลิกชะตาทิ้งไว้ให้
อย่างแรกคือพลังพิเศษสายมิติและพลังวิเศษสายไม้ที่ได้รับมาจากโลกขนานข้ามมิติยุควันสิ้นโลก ซึ่งยังคงอยู่ครบถ้วน
พลังพิเศษสายมิติของเธอฝึกฝนจนถึงระดับเก้าในยุควันสิ้นโลก อีกทั้งยังหยั่งรู้ทักษะด้านมิติได้ไม่น้อย
อย่างเช่น รูดำจากสเปซ การกระโดดข้ามมิติ และการเคลื่อนย้ายระยะไกล เป็นต้น การโปรยทรายกับก้อนหินใส่ปากคนบ้านสวีก็ใช้รูดำจากสเปซ
เพียงแต่ตอนนี้พลังพิเศษของเธออยู่แค่ระดับหนึ่ง ใช้ได้เพียงรูดำจากสเปซ ทั้งยังทำได้ไม่ไกลเกินไป หากเกินสิบเมตรก็ใช้ไม่ได้
ทักษะด้านมิติหลายอย่างต้องรอให้ระดับพลังพิเศษสูงขึ้นจึงจะใช้งานได้
พลังวิเศษสายไม้ก็อยู่ระดับหนึ่งเช่นกัน เมื่อมีพลังวิเศษสายไม้ประกอบกับวิชาแพทย์ที่เธอได้รับมาจากโลกขนานข้ามมิติยุคโบราณแล้ว ประสิทธิภาพการรักษาย่อมยอดเยี่ยมแน่นอน
นอกจากพลังพิเศษกับวิชาแพทย์แล้ว ระบบยังทิ้งทักษะสายลี้ลับที่เธอเรียนรู้มาจากโลกขนานซึ่งศาสตร์สายลี้ลับเฟื่องฟูไว้ให้ด้วย
ชาตินั้นทักษะสายลี้ลับของเธอฝึกฝนจนถึงระดับสูงสุดของโลกขนานในยุคนั้น ไม่ว่าจะดูโหงวเฮ้ง ทำนายจากตัวอักษร ทำนายดวงชะตา จัดฮวงจุ้ย ขับไล่สิ่งชั่วร้าย หรือจับผี เธอล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น
นอกจากนั้นก็ไม่มีทักษะอื่นที่ระบบทิ้งไว้ให้แล้ว
ไม่รู้ว่าถ้าในอนาคตพบเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน จะปลุกทักษะอื่นขึ้นมาได้หรือเปล่า เรื่องนี้ค่อยเอาไว้พิสูจน์กันทีหลัง
หลังอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดแล้ว สวีหลินก็เดินเข้าไปในคลังขนาดใหญ่ ภายในคลังมีทรัพย์สินที่ระบบทิ้งไว้ให้เธอกองอยู่
เธอต้องตรวจนับทรัพย์สินของตัวเองก่อน ถึงจะวางแผนขั้นตอนต่อไปได้ แต่พอเข้าไปในคลัง เธอก็ถึงกับตะลึง
สมบัติล้ำค่าที่เคยกองเต็มพื้นที่หลายพันตารางเมตรของเธอหายไปไหนหมดแล้ว?
สวีหลินกุมอกที่ราวกับมีเลือดซึม กัดฟันกลั้นใจไม่ให้ด่าแม่ แล้วเริ่มค้นหาทั่วทุกมุม
ชั้นวางของแถวหนึ่งชิดกำแพงทางฝั่งซ้ายของคลังเต็มไปด้วยสมุนไพรธรรมดาและเมล็ดพันธุ์สมุนไพรนานาชนิด
นอกจากนั้นก็มีแต่ชั้นวางเปล่า ทองคำ เงิน อัญมณี ของหายากล้ำค่า ยาเม็ด ยาวิเศษ และสมบัติวิเศษสารพัดที่เคยเก็บไว้ ล้วนหายไปหมดสิ้น
สวีหลินมองแล้วเจ็บใจแทบขาด ของพวกนั้นล้วนเป็นเงินทั้งนั้น แถมยังเป็นของช่วยชีวิต เฮ้อ ชีวิตเธอช่างขมขื่นจริง ๆ
พอมาถึงโลกนี้ เธอยังต้องเหน็ดเหนื่อยหาเงินอีก
ทางฝั่งขวาของคลังตรงชิดกำแพง มีกระสอบป่านเรียงซ้อนกันเป็นระเบียบ
สวีหลินกะคร่าว ๆ ดูแล้วมีมากกว่าสี่สิบกระสอบ
เธอรีบเดินเข้าไปตรวจดู พลางถอนหายใจโล่งอก
ในกระสอบมีแป้งสาลีขาวเนียนกับข้าวสารเม็ดใสวาววับ
นอกจากนี้ยังมีถั่วเหลือง ข้าวโพด มันเทศ มันฝรั่ง และอาหารทั่วไปชนิดอื่น ๆ
มีของพวกนี้แล้ว สวีหลินก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดอยากในช่วงสั้น ๆ
ไม่นานนัก เธอก็พบหีบใบใหญ่สองใบที่มีฝุ่นจับอยู่ตรงมุมตะวันตกเฉียงเหนือของคลัง
พอเห็นเข้า สวีหลินก็เกิดความคาดหวังขึ้นมา ในหีบนั่นจะมีเงินทองหรือสมบัติอยู่หรือเปล่านะ?
เธอรีบวิ่งเข้าไปเปิดดู แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นของข้างใน
ในหีบมีหุ่นยนต์สองตัวที่เธอสะสมมาจากโลกขนานข้ามมิติไฮเทค
คู่มือของหุ่นยนต์ตัวแรกระบุว่าเป็นหุ่นยนต์ทำไร่ทำนา
ในชิปของหุ่นยนต์บันทึกความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการเพาะปลูกไว้
ไม่ว่าจะปลูกพืชอาหาร ปลูกดอกไม้ต้นหญ้า หรือปลูกสมุนไพร มันก็ทำได้อย่างเชี่ยวชาญ
มีหุ่นยนต์ตัวนี้แล้ว สวีหลินก็สามารถวางใจมอบที่ดินสิบกว่าหมู่ให้มันจัดการได้
ส่วนหุ่นยนต์ตัวที่สองเป็นผู้ช่วยทางการแพทย์ ในชิปบันทึกทักษะต่าง ๆ ไว้ ทั้งการแปรรูปสมุนไพร การผลิตยา และการช่วยผ่าตัด
มีหุ่นยนต์ตัวนี้แล้ว งานแปรรูปสมุนไพรกับผลิตยาปริมาณมากก็ไม่ต้องให้สวีหลินลงมือเอง เธอแค่มอบหมายให้หุ่นยนต์ทำก็พอ
หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดหรือพันแผล หุ่นยนต์ตัวนี้ก็ช่วยได้เช่นกัน
เรียกได้ว่ามีประโยชน์สุด ๆ
แต่สวีหลินจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอสะสมหุ่นยนต์ไว้ตั้งสิบกว่าตัว ทำไมที่นี่ถึงเหลือแค่สองตัวล่ะ?
เฮ้อ ช่างเถอะ คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด สวีหลินสลัดเรื่องนี้ทิ้ง แล้วรีบเปิดใช้งานหุ่นยนต์
ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ให้หุ่นยนต์ไปทำไร่ทำนาก่อนเลย
หลังเปิดใช้งานหุ่นยนต์ทำไร่ทำนาแล้ว เธอตั้งชื่อให้มันว่าเถียนเถียน ต่อไปก็ให้มันจัดการเรื่องไร่นาไป
ส่วนหุ่นยนต์ผู้ช่วยทางการแพทย์ เธอตั้งชื่อให้ว่าเชินจวิ้น เอาไว้ช่วยงานเธอ
สวีหลินเชื่อว่าในอนาคตเธอจะกลายเป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจเป็นพิเศษ
และทำให้ชื่อเสียงของเธอเลื่องลือไปทั่วโลกนี้ จนผู้คนยำเกรงไปทั่วทุกสารทิศ
ในที่ดินสิบหมู่ สวีหลินแบ่งครึ่งหนึ่งไว้ปลูกพืชอาหาร อีกครึ่งไว้ปลูกสมุนไพร ต่อไปหากพบต้นผลไม้ ก็ย้ายเข้ามาปลูกในสเปซได้เช่นกัน
ทำแบบนี้แล้วเธอก็จะมีผลไม้กับอาหารการกินอย่างเหลือเฟือ ส่วนการมีสมุนไพรใช้อย่างไม่ขาดมือนั้น เป้าหมายนี้ไกลเกินไปหน่อย
แค่สเปซขนาดสิบหมู่นี้ ต่อให้ปลูกสมุนไพรเต็มพื้นที่ ก็ยังไม่พอให้เธอมีสมุนไพรใช้ได้อย่างไม่ขาดมือ
เธอคงต้องเน้นปลูกสมุนไพรที่ตัวเองต้องใช้ก่อน
ร่างกายนี้ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงและยังถูกใช้งานเกินกำลัง สวีหลินจึงตัดสินใจปรุงยาบำรุงกายขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูร่างกายก่อน
ยังดีที่ระบบพลิกชะตายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง ถึงได้ทิ้งสมุนไพรไว้ให้เธอ ไม่อย่างนั้นหากอยากฟื้นฟูร่างกาย เธอก็ต้องเปลืองแรงไปหาเอง
สวีหลินป้อนสูตรยาที่เขียนไว้ลงในแผงควบคุมของเชินจวิ้น เชินจวิ้นบันทึกข้อมูลทันทีแล้วเริ่มทำงาน
ด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์ สวีหลินใช้เวลามากกว่าสองชั่วโมงทำยาบำรุงกายออกมาได้หนึ่งร้อยเม็ด
ยานี้เป็นผลงานวิจัยของหมอเทวดาผู้เฒ่าคนหนึ่งจากโลกขนานข้ามมิติยุคโบราณ มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการฟื้นฟูร่างกาย อีกทั้งยังช่วยยืดอายุขัย
ในโลกขนานแห่งนั้นเรียกได้ว่าเป็นยาที่หาซื้อได้ยากยิ่ง ยิ่งในยุคนี้ของประเทศหลงกั๋ว ก็เป็นยาวิเศษที่สูญหายไปแล้ว
หากแพร่ข่าวออกไป รับรองว่าจะมีคนแย่งกันจนหัวร้างข้างแตก
สวีหลินหยิบยาเม็ดหนึ่งใส่ปาก ไม่นานนักก็รู้สึกถึงกระแสอุ่นสายหนึ่งไหลขึ้นในร่างกาย แล้วแผ่ไปยังแขนขา
สวีหลินรู้ว่ายาบำรุงกายเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เธอไม่อยากสิ้นเปลืองสมุนไพร จึงออกจากสเปซทันที
เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียงของสวีหนวน ปรับลมหายใจเพื่อดูดซึมฤทธิ์ยาให้ได้มากที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น สวีหลินตื่นขึ้นท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายและเสียงข้าวของกระแทกกันในบ้านสวี
ปกติในเวลานี้ สวีหลินทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว และยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารเพื่อรอให้คนด่า
เสียงด่าทอยังทำให้สวีหลินนึกถึงวันเวลาอันแสนขมขื่นที่ผ่านมา พลันโกรธขึ้นมาทันที
