คนบาปของตระกูล ยังดีกว่าคนบาปของชนชาติ!
คำพูดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ที่หลิงชวนมีต่อฟางจี้ไป๋เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
พูดตามตรง ก่อนหน้านี้หลิงชวนพอเข้าใจภาพรวมของขุนนางในอวิ๋นโจวอยู่บ้าง ในจำนวนนี้ตระกูลของฟางจี้ไป๋มีอิทธิพลมากที่สุด ตระกูลฟางเป็นตระกูลขุนนางที่สืบทอดมาในชางโจวกว่าร้อยปี อำนาจของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลี่ในอวิ๋นโจวนี้มากนัก
นี่คือเหตุผลที่เมื่อก่อนตอนปรึกษากับหยางเค่อ ถึงต้องให้เขาปิดเป็นความลับอย่างเด็ดขาด
ความจริงแล้ว หลิงชวนก็คาดไว้เหมือนกันว่า ขุนนางจำนวนมากจะมองเจตนาของพวกเขาออก ในเรื่องนี้หลิงชวนไม่ได้ใส่ใจ เพราะขอเพียงผู้อื่นไม่รู้แผนการที่เป็นรูปธรรมของเขาก็พอ และครั้งนี้ที่หยางเค่อส่งฟางจี้ไป๋ตามจี้เทียนลู่มา อันที่จริงก็เป็นคำขอของหลิงชวน โดยมีจุดประสงค์เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของฟางจี้ไป๋
“ข้าทราบ แม่ทัพคงจะให้อวิ๋นโจวเลียนแบบอำเภออวิ๋นหลาน ที่ลงมือกับตระกูลหลี่ก่อน ก็เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู และยังเป็นการตีหญ้าให้งูตื่นด้วย!” ฟางจี้ไป๋กล่าวต่อว่า:
“ประการแรก อิทธิพลของตระกูลหลี่ทรงพลังเพียงพอ จัดเป็นตระกูลขุนนางระดับแนวหน้าในอาณาเขตอวิ๋นโจว ประการต่อมา ตระกูลหลี่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องทั้งในกองทัพและราชสำนัก แต่ไม่ได้ลึกซึ้งนัก เพียงแค่จัดการตระกูลหลี่ ตระกูลขุนนางอื่นๆ ก็จะต้องเกิดความระแวดระวัง และจากนั้นก็จะสามารถแยกพวกเขาจากภายในได้!”
ฟางจี้ไป๋มองหลิงชวนแล้วถามว่า “แม่ทัพ ข้าพูดถูกหรือไม่?”
หลิงชวนมิได้ปฏิเสธ กลับยิ้มแล้วพยักหน้า “ท่านฟางพูดไม่ผิดเพี้ยนสักนิด!”
จากนั้น ฟางจี้ไป๋ถามต่อว่า “กล้าถามแม่ทัพ ต่อให้ท่านกำจัดตระกูลขุนนางในอวิ๋นโจวราบคาบ กระทั่งกวาดล้างตระกูลใหญ่ชนชั้นสูงในเจ็ดแคว้นชายแดนเหนือทั้งหมด ก็จะช่วยจักรวรรดิต้าโจวได้จริงหรือ?”