แม่ทัพหน้าโหดผู้เกรียงไกรไปทั่วชายแดนเหนือทั้งสองนายนี้ กุมสองกองกำลังหลักของทัพฝ่ายเหนือ กล่าวได้ว่ามองทั่วทั้งทัพฝ่ายเหนือแล้ว ก็เป็นผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดรองลงมาจากท่านแม่ทัพหลู่นั่นเอง
ทว่า เบื้องหน้าชายชราผู้นี้ พวกเขากลับเหมือนเด็กน้อย ยืนให้ถูกหัวกล้องยาเดาะหัว ไม่กล้าแม้แต่จะหลบ
มีเพียงนายทหารที่เข้ากองทัพฝ่ายเหนือตั้งแต่เนิ่น ๆ บางคนเท่านั้นที่รู้ว่า ท่านแม่ทัพเฒ่าลู่ผู้นี้ดำรงตนเช่นไรในทัพฝ่ายเหนือ
แม้ตอนนี้เขาจะเป็นเพียงแม่ทัพแห่งอวิ๋นโจว แต่หากกล่าวถึงบารมีในทัพฝ่ายเหนือ เขาคือคนเดียวที่เทียบเคียงกับท่านแม่ทัพหลู่ได้
เมื่อสามสิบปีก่อน จากนายสิบเล็ก ๆ นายหนึ่ง เขาใช้ความดีความชอบในศึกสงครามไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งขุนพลขั้นสามขั้นเอก
เช่นเซว่เจิ้นเอ้อและหยางจิ้นฉี แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรไปทั่วแดนเหนือ ล้วนเคยเป็นทหารในมือของเขามาก่อน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ยอดฝีมือเสาหลักแห่งทัพฝ่ายเหนือทั้งสองเมื่อพบเห็นท่านแม่ทัพชราผู้นี้กลับแสดงท่าทีว่านอนสอนง่ายเช่นนั้น
มีข่าวลือว่า คราที่เปลี่ยนแม่ทัพใหญ่แห่งทัพฝ่ายเหนือ ตัวลู่หานจางควรเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็นคนแรก ทว่าเขากลับยอมสละอำนาจ มอบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้แก่หลูยุ่นโฉว ส่วนตัวเขาเองอ้างว่าอายุมากแล้วปฏิเสธตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ไปรับตำแหน่งแม่ทัพแห่งอวิ๋นโจว หลายปีนี้ก็มอบเรื่องราวส่วนใหญ่ให้ชุยสิงเจี่ยนรองแม่ทัพอวิ๋นโจว ตัวเองทำตัวเป็นเสือนอนกิน
ก็เพราะความสัมพันธ์ชั้นนี้เอง ต่อให้เป็นแม่ทัพใหญ่หลูยุ่นโฉวพบหน้าเขา ยังต้องถอยให้สามส่วน
