“น้องหญิงคงเข้าใจผิดเสียแล้ว…” ฮูหยินแย้มยิ้มงดงาม พยายามผ่อนคลายบรรยากาศ “ระหว่างข้ากับท่านแม่ทัพหลิง หาใช่…”
ซูหลีเอ่ยแทรกเบา ๆ แววตายังคงจับจ้องตรงไปยังฮูหยิน น้ำเสียงไม่เร่งร้อน ทว่ากลับเปี่ยมด้วยความมั่นใจและสง่างามของภรรยาเอก “น้องหญิงไม่ต้องอธิบายหรอก เมื่อครู่ข้าได้ยินชัดแจ้งที่หน้าประตู สามีเรียกเจ้าว่าฮูหยิน เช่นนี้จะให้เข้าใจผิดได้อย่างไร?”
ฟังมาถึงตรงนี้ หลิงชวนทั้งขำทั้งจนใจ เรื่องนี้จะโทษซูหลีขี้ระแวงก็ไม่ได้ ผู้ใดได้ยินคำเรียกเช่นนั้นก็คงคิดไปในทางนั้นทั้งสิ้น
ซูหลีหยุดไปชั่วครู่ สายตากวาดผ่านใบหน้างามหยาดเยิ้มของฮูหยิน กล่าวต่อว่า “น้องหญิงมีรูปโฉมงดงามล่มเมืองเพียงนี้ แม้สตรีด้วยกันยังอดหลงใหลมิได้ ไม่แปลกที่สามีจะเกิดใจเสน่หา อย่างไรก็ดี น้องหญิงไม่ต้องกังวลจนเกินไป ข้ามิใช่สตรีใจคับแคบ ริษยาโดยไร้เหตุผล ไม่ว่าสามีจะรับเจ้าเป็นอนุภรรยา หรือแต่งเป็นภรรยาคู่ จวนแม่ทัพก็ยินดีเปิดประตูต้อนรับ ไม่มีทางให้น้องหญิงต้องน้อยใจเป็นอันขาด…”
คำพูดนี้รัดกุมไร้ช่องโหว่ ทั้งย้ำฐานะภรรยาเอกที่สั่นคลอนมิได้ ทั้งแสดงความใจกว้างปราดเปรื่องของนายหญิง
รากฐานของทั้งหมดล้วนมาจากนางใส่ใจหลิงชวน จึงยินดีรับสตรีอื่นที่เขาอาจพามา ทว่าฐานะของนางต้องได้รับความเคารพและยอมรับอย่างเด็ดขาด
เผชิญคำประกาศไม่ยอมหลีกทาง แฝงคมในนุ่มนวลของซูหลี รอยยิ้มบนใบหน้าฮูหยินยังคงเจิดจ้า มิได้แสดงท่าทีถดถอยหรือกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อยเพราะ ‘การประกาศอำนาจ’ ที่เกือบจะโจ่งแจ้งนี้