เจียงเฉิงมองภาพประหลาดตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ
ลู่เสวี่ยซีที่อยู่ตรงหน้า ทั้งที่ยังเป็นเด็กสาวที่เขาคุ้นเคย แต่ตอนนี้กลับดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง
ราวกับความรู้ความเข้าใจบางอย่างในสมองกำลังแตกสลายทีละน้อย
เลือนราง เขาคล้ายจะเดาอะไรบางอย่างออก
เขาอยากอ้าปากตะโกน แต่กลับพบว่าตัวเองส่งเสียงใด ๆ ไม่ออกเลย นอกจากส่งเสียงไม่ได้แล้ว เขายังขยับตัวทำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เหมือนกับเขาถูกกักขังอยู่ในอะไรสักอย่าง
นึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่เจียงสู่สู่เจอตอนอัดรายการ รวมถึงข้อกล่าวหาที่เธอเคยมีต่อลู่เสวี่ยซี ถึงตอนนี้ หากเขายังไม่รู้ว่าทุกอย่างตรงหน้าเป็นฝีมือใคร ก็คงโง่ไร้สมองจริง ๆ
ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้น
เขาอยากถามเธอว่า ทำไมต้องทำกับเขาแบบนี้?!
ก็...ก็ชัดว่าเขาจริงใจกับเธอขนาดนั้น...
ทำไมต้องเป็นเขาด้วย?
ราวกับรู้ถึงเสียงคำรามในใจของเขา
สีหน้าของลู่เสวี่ยซีแสดงความรู้สึกผิดเล็กน้อย
แค่เล็กน้อย ความรู้สึกผิดที่แทบจะมองไม่เห็น
“พี่เฉิง อย่าโทษฉันเลย ฉันถามพี่แล้ว พี่เป็นคนตอบตกลงเองไม่ใช่เหรอ?”
น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา แฝงความอ่อนล้าใจ
ก็เขาพูดเองนี่ว่าเขาจริงใจกับเธอ ในเมื่อจริงใจขนาดนั้น แล้วจะยอมทำเพื่อเธอมากกว่าเดิมหน่อยจะเป็นอะไรไป?
ถ้าแม้แต่จะยอมเสียสละก็ไม่ยอม แล้วจะนับว่าจริงใจได้ยังไง?
แค่จัดห้องตุ๊กตาให้ห้องหนึ่ง จะนับว่าเป็นความจริงใจได้เหรอ?
สำหรับคนตระกูลเจียงอย่างเจียงเฉิง ห้องแบบนี้ แค่มีเงินจะจัดสักแปดห้องสิบห้องเมื่อไหร่ก็ได้ มันจะนับเป็นอะไร?