บนเวทีประลอง ฝุ่นควันจางหาย ผลแพ้ชนะปรากฏชัดแล้ว
บนอัฒจันทร์ของแดนประจิม แม่ชีตัวน้อยถีอินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มุมปากยังมีคราบเลือดจาง ๆ หลงเหลืออยู่
ดวงตากระจ่างใสราวแก้วผลึกคู่นั้น บัดนี้กลับเปี่ยมด้วยความตื่นตะลึงและสับสน นางจ้องมองร่างบนเวทีประลองอย่างเหม่อลอย
“เป็นไปได้อย่างไร”
นางพึมพำเสียงแผ่ว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “ศิษย์พี่ฮ่าวหรานได้รับแรงปรารถนาจากต้นกำเนิด ‘บัวแห่งจิต’ ของข้าคอยเกื้อหนุน เหตุใดยังพ่ายแพ้ แถมยังพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้?”
นางฝึกฝนพุทธธรรมมาตั้งแต่เยาว์วัย จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส ได้รับการยกย่องว่าเป็นธิดาวิญญาณผู้หาได้ยากในรอบพันปีของวัดหลิงหลง อีกทั้งยังครอบครองอิทธิฤทธิ์ ‘บัวแห่งจิต’ ซึ่งเป็นมรดกสูงสุดของหลิงหลง
ในสายตานาง ศิษย์พี่เมิ่งฮ่าวหรานเป็นถึงมังกรแท้แห่งโลกมนุษย์ พลังเที่ยงธรรมอันยิ่งใหญ่ไร้ผู้ใดเทียบในหมู่คนรุ่นเดียวกัน เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากนาง ก็ควรกวาดล้างคู่ต่อสู้ได้อย่างไร้เทียมทาน
ทว่าความจริงกลับกระหน่ำใส่นางอย่างหนัก
หยางเฉิงเอาชนะเมิ่งฮ่าวหรานได้จริง ๆ
ความพ่ายแพ้ที่ไม่เคยประสบมาก่อนกับความละอายใจที่แฝงอยู่ในอกผุดขึ้นมา
นางตระหนักว่า การลอบช่วยเหลือก่อนหน้านี้ไม่เพียงพลิกสถานการณ์ไม่ได้ กลับดูคล้ายการโกงอย่างไร้ชั้นเชิงเสียมากกว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอันเด็ดขาดของอีกฝ่าย นางกลายเป็นตัวตลกน่าขันไปเสียแล้ว
“อาจารย์มักกล่าวว่า เหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า อิทธิฤทธิ์มิอาจเทียบกรรม แรงปรารถนามิอาจต้านเหตุและผล วันนี้ถีอินได้รับคำสั่งสอนแล้ว”
นางประนมมือด้วยความละอาย แล้วค้อมกายเล็กน้อยไปทางเวทีประลอง แววรู้แจ้งวาบผ่านดวงตา ก่อนก้มหน้าลงและไม่มองไปอีก
หลังผ่านเรื่องนี้ จิตพุทธที่แต่เดิมหยิ่งทะนงอยู่บ้างของนางก็สงบหนักแน่นขึ้นมาก
ครึ่งวันผ่านไป
