นอกตำหนักใหญ่ สวี่ซือเยว่เดินตามหลังหยางเฉิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา
“ศิษย์รัก นี่ให้เจ้า”
สวี่ซือเยว่หยิบขวดยาออกมา “นี่คือโอสถโพธิใหญ่ สมบัติล้ำค่าที่อารามมรรคาเก็บรักษาไว้ ประมุขเป็นผู้อนุมัติเป็นกรณีพิเศษ เพื่อมอบเป็นรางวัลแก่เจ้า ผู้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเขตตะวันออก เมื่อกินโอสถนี้แล้วจะช่วยเพิ่มปัญญาการหยั่งรู้ มีพลังพลิกฟ้าคว่ำปฐพี”
“โอสถโพธิใหญ่?”
หยางเฉิงรับขวดยามา พอเปิดออก กลิ่นหอมของโอสถก็ลอยกรุ่นชื่นใจ เพียงสูดดมหนึ่งครั้งก็รู้สึกว่าจิตกระจ่างใส ความติดขัดบางประการในการบำเพ็ญที่ผ่านมาแจ่มชัดขึ้นหลายส่วน
เขาตกตะลึงอยู่ในใจ โอสถนี้เป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินมิได้อย่างแท้จริง
โอสถที่ช่วยเพิ่มปัญญาการหยั่งรู้ได้โดยตรงนั้น นับว่าหายากยิ่งทั่วทั้งแดนเทพหงเหมิง
“ขอบคุณอาจารย์รอง ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านแห่งอารามมรรคา”
หยางเฉิงเก็บโอสถไว้อย่างทะนุถนอม
“จะขอบคุณไปไย”
สวี่ซือเยว่แสร้งทำท่าดุ พลางโบกกำปั้นน้อย ๆ “ศิษย์รัก อีกสามวันต้องเอาชนะให้ได้ล่ะ อัดเจ้าศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นจากเขตประจิมให้หนัก ให้พวกมันได้รู้ว่าเจ้าเก่งกาจเพียงใด”
มองท่าทางปกป้องศิษย์ราวกับกำลังบอกว่า ‘ศิษย์ข้าเก่งที่สุดในใต้หล้า’ ของสวี่ซือเยว่แล้ว หยางเฉิงก็อดยิ้มไม่ได้ จิตต่อสู้ในใจก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้นหลายส่วน เขาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “อาจารย์รองวางใจ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ค่ำคืนนั้น ภายในถ้ำพำนักเงียบสงัดไร้สรรพเสียง
หยางเฉิงปรับสภาวะของตนจนพร้อมที่สุด ทั้งร่างกายและจิตใจล้วนอยู่ในจุดสูงสุด จากนั้นจึงหยิบโอสถโพธิใหญ่เม็ดนั้นออกมา กลืนลงไปโดยไม่ลังเล
โอสถละลายทันทีที่เข้าปาก แปรเป็นของเหลวรสหวานเย็นชื่นใจ ไหลลงลำคอ ทว่ามิได้กระจายไปทั่วร่าง กลับพุ่งตรงสู่ทะเลสำนึก
หึ่ง!
หยางเฉิงรู้สึกราวกับมีระฆังยักษ์ดังก้องอยู่ในสมอง อีกทั้งคล้ายดอกบัวแห่งปัญญากำลังผลิบาน
ปมติดขัดนับไม่ถ้วนที่ยากจะเข้าใจในการบำเพ็ญที่ผ่านมา บัดนี้กลับกระจ่างแจ้งราวเมฆหมอกคลี่คลายจนเห็นตะวัน
ความเร็วในการคิด ความสามารถในการอนุมาน และการหยั่งรู้ ล้วนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปัญญาการหยั่งรู้ของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งดาวแล้ว
