จ้าวอู๋เหยียนที่นอนหมอบอยู่บนพื้นพลันรู้สึกเสียใจและหวาดกลัวอย่างสุดขีดเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาไปล่วงเกินตัวตนเช่นไรกันแน่? “ผู้อาวุโส” ที่เด็กหนุ่มผู้นี้เอ่ยถึงมีที่มาอย่างไรกัน?
ภายในหุบเขาเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง
หยางเฉิงมองจ้าวอู๋เหยียนอย่างสงบนิ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบไร้ความรู้สึกว่า “ข้าจะให้โอกาสเจ้ารอดชีวิต จงส่งข่าวไปหาประมุขสำนักของเจ้าเดี๋ยวนี้ แล้วให้เขาไสหัวมาชี้แจงกับข้า”
จ้าวอู๋เหยียนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
จากนั้นความหยิ่งผยองที่สำนักอวิ๋นเหอปลูกฝังมานานก็ทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาอย่างน่าขัน เขาเอ่ยเสียงแหบพร่าว่า “ท่านอย่าได้โอหังนัก สำนักอวิ๋นเหอของข้ามีประมุขเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขั้นเทพเฮ่า ทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ลึกล้ำ พลังไร้ขอบเขต แม้ท่านจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็เทียบประมุขของพวกเราไม่ได้ ข้าแนะนำให้ท่านรีบปล่อยข้า แล้วรีบสำนึกผิดเสีย มิฉะนั้น เมื่อกำลังของประมุขสำนักข้ามาถึง เขาจะต้อง...”
เขายังพูดไม่ทันจบก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา
หยางเฉิงเพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย พลังไร้รูปร่างที่กดทับร่างจ้าวอู๋เหยียนก็พลันเพิ่มความรุนแรงขึ้น
จ้าวอู๋เหยียนรู้สึกว่าจิตเทพหยินของตนกำลังจะแหลกเป็นผุยผง เลือดซึมออกจากทวารทั้งเจ็ด ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้าใส่
หยางเฉิงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ช่างเถิด เช่นนั้นข้าจะกำจัดพวกเจ้าเสีย แล้วดูว่าสำนักอวิ๋นเหอของเจ้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร”
ถังซิงอวี๋ยิ้มบาง ๆ งดงามดุจกล้วยไม้กลางหุบเขา ทว่าดวงตากระจ่างใสคู่นั้นกวาดมองเหล่าศิษย์สำนักอวิ๋นเหอและประมุขสำนักเจ็ดพิฆาตอย่างสงบนิ่ง ราวกับกำลังทอดมองสรรพชีวิตจากเบื้องสูง
เพียงสายตาของนางกวาดผ่าน พลังไร้รูปร่างสายหนึ่งก็แผ่กระจายออกไป ครอบคลุมทุกคนในที่นั้น ยกเว้นหยางเฉิง หานหยาง และจ้าวอู๋เหยียนที่ถูกกดเอาไว้
ชั่วพริบตา สีหน้าหวาดกลัวของเหล่าศิษย์สำนักอวิ๋นเหอและประมุขสำนักเจ็ดพิฆาตก็แข็งค้าง
จากนั้นร่างกายของพวกเขาก็เริ่มสลายไปอย่างไร้สุ้มเสียงจากปลายเท้าขึ้นสู่ศีรษะ
ไม่ถึงอึดใจ เหล่าศิษย์สำนักอวิ๋นเหอและประมุขสำนักเจ็ดพิฆาตก็สูญสลายไปจากฟ้าดินอย่างสิ้นเชิง
