บนเวทีประลอง
หวงเซวียนชิงลงมือก่อน ร่างพุ่งวูบดุจสายฟ้า กระบี่ทะยานออกประหนึ่งมังกร
กระบี่ดาวร่วงในมือกรีดฝ่าท้องฟ้า แผ่ประกายคมกระบี่ดาราเจิดจ้าสายแล้วสายเล่า ดุจดาวตกลงสู่พื้น พุ่งเข้าโอบล้อมจุดสำคัญทั่วร่างสวีฝาน
วิชากระบี่สำนักยุทธ์เน้นจู่โจมไม่ถอย มุ่งบีบให้ศัตรูต้องป้องกัน
แววตาสวีฝานพลันเคร่งขรึม ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
สองฝ่ามือของเขาพลิกพลิ้ว เร่งเร้าเคล็ดเทพหยกจนถึงขีดสุด ทั่วร่างเปล่งประกายดุจหยก ในสายลมฝ่ามือคำรามยังแฝงเจตจำนงกระบี่อันเฉียบคมจากคัมภีร์กระบี่ไร้นาม
บางคราใช้ฝ่ามือแทนกระบี่ ปัดป้องได้อย่างแม่นยำ บางคราพลิ้วกายหลบหลีกอย่างแยบยล ต่อกรกับหวงเซวียนอย่างสูสี
ชั่วขณะนั้น บนเวทีประลองปราณกระบี่พาดผ่านทั่วทิศ ลมฝ่ามือโหมกระหน่ำ เงาร่างทั้งสองสลับไขว้ รวดเร็วจนผู้คนตาลาย
ยิ่งสู้ หวงเซวียนก็ยิ่งตื่นตะลึง
เดิมทีเขาคิดว่าอาศัยระดับพลังบำเพ็ญและความได้เปรียบจากศาสตราบรรพชน จะสามารถกดข่มสวีฝานได้ในเวลาอันสั้น
ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายใช้เพียงฝ่ามือเปล่าคู่หนึ่ง ก็ยังต่อกรกับตนได้อย่างสูสี
ในวิชาฝ่ามือนั้นแฝงเจตจำนงกระบี่อันลึกล้ำ พิสดารเกินคาดเดา ถึงกับคล้ายข่มทางกระบี่สำนักยุทธ์ของเขาได้ราง ๆ
ยิ่งกว่านั้น พลังของสวีฝานยังควบแน่นเหนือกว่าผู้ฝึกตนในขั้นเดียวกันมาก ไม่ด้อยกว่าเขาแม้แต่น้อย
“เด็กคนนี้มีที่มาอย่างไรกัน?”
หวงเซวียนละทิ้งความดูแคลน กระบี่เปลี่ยนกระบวนท่าอีกครั้ง ใช้ไม้ตายก้นหีบ “ดาวเก้าดวงเรียงประสาน”
กระบี่พุ่งต่อเนื่องไม่ขาดสาย คมกระบี่ดาราเก้าสายเชื่อมต่อกันหัวท้าย กลายเป็นมังกรกระบี่คำรามกึกก้อง ฉีกห้วงมิติแล้วพุ่งตรงใส่สวีฝาน
เผชิญการโจมตีสังหารครั้งนี้ สวีฝานเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
ต่อสู้มือเปล่าเสียเปรียบจริง ๆ
ความคิดของเขาพลันแล่นวาบ ก่อนแสงสว่างแห่งปัญญาจะปรากฏขึ้น
