“ดีมาก ตอนนั้นข้าเคยกล่าวไว้แล้วว่า เมื่อเจ้าก้าวสู่ขั้นเทพเฮ่า ข้าจะมอบของขวัญให้เจ้า”
หยางเฉิงหยิบกระบี่มารจากโลกเร้นลับฟางชุ่นออกมา แล้วยื่นส่งให้ “กระบี่เล่มนี้มีนามว่า ‘จี้’ เป็นกระบี่ที่บรรพจารย์เต๋าเคยใช้ วันนี้ข้าขอมอบมันให้เจ้า”
สวีฝานได้ยินดังนั้นก็สะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง มองกระบี่เล่มนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ “ศิษย์พี่ ท่านว่าอะไรนะ? นี่คือกระบี่ของบรรพจารย์เต๋า เป็นสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ท่านจะมอบให้ข้าได้อย่างไร
ศิษย์น้องมีคุณความดีอันใดถึงจะคู่ควร ไม่กล้ารับไว้เด็ดขาด กระบี่เล่มนี้สมควรอยู่ในมือศิษย์พี่”
เขาโบกมือปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวาดหวั่นยิ่งนัก
กระบี่ของบรรพจารย์เต๋ามีน้ำหนักมากเกินไป หนักจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ
หยางเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “กระบี่เล่มนี้ไม่มีประโยชน์ต่อข้าอีกแล้ว วิถีของข้าอยู่ที่ตัวข้าเอง กระบี่ภายนอกจะแข็งแกร่งเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียงวัตถุภายนอก”
เขาฝึกวิชากระบี่มหาวิถีต้าถานจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ ตัวเขาเองก็คือกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด แม้กระบี่มารจะทรงพลัง แต่สำหรับเขาแล้วกลับกลายเป็นของไร้ประโยชน์
“แต่ถึงศิษย์พี่จะไม่ใช้ ก็ยังนำมันไปแลกกับสมบัติที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันได้...”
สวีฝานยังคิดจะเกลี้ยกล่อม
หยางเฉิงกล่าวขัดขึ้น สายตาลุ่มลึกจับจ้องเขา “สวีฝาน หากในใจเจ้าปรารถนากระบี่เล่มนี้ และยังนับถือข้าเป็นศิษย์พี่ ก็จงรับไว้ บางทีมันอาจมีวาสนากับเจ้ามาแต่เดิม แน่นอน หากเจ้าไร้ความทะเยอทะยาน ไม่ต้องการมัน เช่นนั้นก็ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า”
ถ้อยคำนี้ประหนึ่งค้อนหนักกระแทกลงกลางใจสวีฝาน
เขามองดวงตาคู่นั้นของหยางเฉิงซึ่งคล้ายมองทะลุทุกสิ่ง แล้วหันไปมองกระบี่เหล็กสีเทาที่แผ่แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างมาหาตน ความรู้สึกซับซ้อนเกินบรรยายพลันเอ่อล้นในใจ
