ติงฉี เจิ้งเว่ยลี่และคนอื่น ๆ ปรึกษาหารือกับเจียงหนิง ก่อนแบ่งทีมออกไปค้นหาเสบียง ทีมหนึ่งไปเก็บเต็นท์ ทีมสองไปค้นคลังเสบียง ทีมสามไปคลังเชื้อเพลิง…”
เจียงหนิงมีสีหน้าเรียบเฉย “พวกเราเพิ่งกลับมาจากคลังเชื้อเพลิง ข้างในไม่มีอะไรเหลือแล้ว น้ำมันที่กลั่นไว้คงถูกย้ายไปหมดแล้ว”
ติงฉีรู้สึกประหลาดใจ วันนี้ไม่ใช่วันขนส่งน้ำมัน ทั้งยังไม่ได้ให้เชลยเป็นคนขนย้ายด้วย
แม้จะประหลาดใจ แต่เมื่อเจียงหนิงพูดเช่นนั้น เธอก็ไม่ยืนกรานให้ส่งคนไปอีก “ได้ งั้นก็ไม่ต้องไปคลังเชื้อเพลิง แต่ที่อื่นห้ามปล่อยผ่าน ค้นให้ละเอียด นี่คือเสบียงที่พวกเราต้องใช้เอาชีวิตรอดระหว่างอพยพ”
พวกเชลยเชื่อฟังคำสั่งของติงฉี ไม่นานก็แยกย้ายกันไปทำงาน
เจียงหนิงส่งสายตาให้ฮั่วอี้เซินจากระยะไกล สมแล้วที่เป็นคนเก่ง
ไม่นาน ผลการค้นหาก็ออกมา
สมกับเป็นตัวนกอินทรีจริง ๆ เสบียงที่ส่งมาให้ค่ายนี้มีอยู่มากมาย แถมบังเอิญว่าเมื่อสองวันก่อนเพิ่งมีเสบียงล็อตใหม่ส่งมาอีกชุด
ถั่วเหลือง ขนมปังอัดสำเร็จรูป ผัก อาหารกระป๋อง ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดกาแฟบรรจุผนึก รวมถึงบุหรี่กับเหล้าอีกเล็กน้อย น่าเสียดายที่พวกเขาจัดปาร์ตี้ผลาญของไปไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงค้นเจอมากกว่านี้
รถหุ้มเหล็กเก่าสองคัน รถบรรทุกขนาดใหญ่หลายคัน และอาวุธที่ถอดมาจากศพ
อย่าว่าแต่อาวุธเลย แม้แต่เสื้อผ้าของทหารตัวนกอินทรีก็ยังถูกถอดออกจนหมด กระทั่งกางเกงในก็ไม่เหลือไว้สักตัว
ติงฉีโหดยิ่งกว่าเดิม สั่งให้พวกเขาขนเต็นท์กับข้าวของทุกอย่างไปด้วย
ของอะไรที่ขนไปไม่ได้ก็โยนลงไปในแหล่งน้ำมันที่กำลังลุกไหม้ ไม่เหลืออะไรไว้ให้ตัวนกอินทรีแม้แต่เส้นผม
จากนั้นพวกผู้รอดชีวิตก็โยนศพทหารตัวนกอินทรีลงไปเผาในกองเพลิง