ตัวนกอินทรีไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกปืนขึ้นกราดยิงอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวจากที่ไกล ๆ อยู่นาน จึงค่อยหยุดมือ
พวกมันใช้กล่องเมล็ดพันธุ์อารยธรรมเป็นที่กำบัง เฝ้าสังเกตการณ์อย่างอดทน
สิบนาที...
ครึ่งชั่วโมง...
ฟ้าสว่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หัวหน้าทีมตบหน้าคนเฝ้ายามฉาดหนึ่ง ด่าว่าประสาทเสียคิดมากไปเอง
ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะลมพัดทรายในดินแดนรกร้างจนหมุนฟุ้ง เลยเข้าใจผิดว่าเป็นกองกำลังศัตรู
แต่โจรเร่ร่อนของหัวเซี่ยพวกนั้นก็น่ารังเกียจจริง ๆ ก่อกวนพวกมันมาหลายครั้งแล้ว ยังไงก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น
พวกมันรออย่างระมัดระวังอีกครึ่งชั่วโมง แสงแดดเจิดจ้าก็โผล่พ้นขอบฟ้า พร้อมสายลมที่พัดพาทรายฟุ้งกระจาย
วันอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งเริ่มต้นขึ้นอีกวัน
พวกมันไม่เข้าใจเลยว่าในกล่องบ้าบอนี่มีอะไร เหตุใดถึงคุ้มให้โจรเร่ร่อนพวกนั้นยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง ถึงขั้นที่สำนักงานใหญ่ยอมส่งพวกมันมาเอง ทั้งยังยืนกรานว่าจะเปิดกล่องให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม
เครื่องตัดกับสว่านไฟฟ้าพังไปตั้งเท่าไรแล้ว แต่ก็ยังเปิดกล่องยักษ์นี่ไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าชาวหัวเหลืองใช้วัสดุอะไรสร้างมันขึ้นมา
แต่พวกมันก็ขนเครื่องจักรสุดล้ำมาเจาะต่อเนื่องกันสองวัน จนเปิดรอยแยกได้แล้วรอยหนึ่ง
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้ก็คงเจาะให้เป็นช่องใหญ่ได้ จะได้เห็นเสียทีว่าข้างในมีอะไร!
ทุกคนเริ่มผ่อนคลายลง นอกจากยามเฝ้าระวังแล้ว คนอื่นก็เลิกระแวดระวังรอบด้าน
รีบทำอาหารเช้า กินเสร็จแล้วยังต้องทำงานต่อ
เมื่อเห็นพวกมันออกมาขยับตัว เจียงหนิงซึ่งอดทนรออยู่นานก็เผยรอยยิ้ม ก่อนลั่นไกโดยไม่ลังเล