หากเทียบกำลังทหารหรือเทคโนโลยี เมืองเฟิงยังสู้หัวเมืองไม่ได้อยู่มาก สิ่งที่พวกเขามาสำรวจคงเป็นสิ่งที่ฐานที่มั่นหัวเมืองขาดแคลน
เมื่อตัดค่ายทหารกับโรงงานแปรรูปน้ำทะเลออกไป เจียงหนิงก็มุ่งหน้าไปที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อลองเสี่ยงโชค
ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ขยายพื้นที่ต่อเนื่องจนตอนนี้มีขนาดไม่เล็กแล้ว อีกทั้งสัตว์ปีกจำนวนมากก็กำลังจะถึงกำหนดส่งขาย
วิบัติภัยกบตั๊กแตนกินใบลายเล่นงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่แค่คนที่สูดผงจากแมลงเข้าไปจะได้รับพิษ แม้แต่สัตว์ปีกก็ไม่เว้น
สัตว์ปีกมีค่ามาก นับตั้งแต่เกิดเหตุลักขโมย หรงถิงถิงก็สั่งให้คนงานอย่างน้อยครึ่งหนึ่งพักค้างคืนที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทุกวัน
หอพักคนงานที่สร้างในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ดีกว่าบ้านของพวกเขาเสียอีก คนงานต่างแย่งกันเข้าอยู่จนถือหอพักเป็นบ้านไปแล้ว
คนงานยังพอรักษาได้ เพราะมีจำนวนไม่มาก แต่สัตว์ปีกตั้งหลายพันตัวนี่สิ...
ตอนเจียงหนิงมาถึง หรงถิงถิงพันผ้าหลายชั้นรอบใบหน้า ปิดปากกับจมูกไว้ พลางสั่งให้คนงานรมโกฐจุฬาลัมพาฆ่าเชื้อในโรงเรือนสัตว์ปีก
พูดไปพูดมา เธอก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่
คนงานอีกไม่น้อยก็เป็นเช่นเดียวกัน
เจียงหนิงอดทอดถอนใจไม่ได้ ในโลกาวินาศที่มีภัยพิบัติ ชีวิตคนมีค่าไม่ต่างจากหญ้าริมทาง
พอเห็นเธอเดินมา อารมณ์ที่หรงถิงถิงพยายามฝืนไว้ก็พังทลายลง “พี่อาหนิงคะ สัตว์ปีกหลายตัวอาการไม่ดีเลย ทำยังไงดีคะ?”
หยาดเหงื่อแรงกายของทุกคนจะต้องถูกวิบัติภัยกบตั๊กแตนกินใบลายทำลายจนหมดสิ้น ทั้งที่มันมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนอย่างนั้นหรือ?
เธอไม่ยอมจริง ๆ ทั้งที่ทุกอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมภัยพิบัติต้องคอยเล่นงานในช่วงเวลาสำคัญด้วย?
หรงถิงถิงอายุยังน้อย แต่กลับแสดงความเป็นผู้ใหญ่และสุขุมรอบคอบในทุกเรื่อง งานที่มอบหมายให้เธอก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ
