เมื่อรู้ว่ากู้ถิงหลินไม่เป็นอะไร เสนาธิการซือก็ไม่รั้งเจียงหนิงไว้อีก หันไปถามหม่ากวางเหนียนแทน “ผู้อำนวยการหม่า ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่เป็นอะไรมาก พอจะไปช่วยที่โรงพยาบาลได้ไหม”
หม่ากวางเหนียนรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แต่ยังฝืนไหว “ได้”
เจียงหนิงดีใจ “ขอบคุณค่ะท่านเสนาธิการ งั้นหนูขอพาอาจารย์ไปนะคะ”
ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ เสนาธิการซือกับพวกจึงไม่ครอบครองห้องรักษาอีกต่อไป คนที่ช่วยได้ก็อยู่ช่วย ส่วนคนที่เหลือกลับไปรอที่บ้านพักรับรอง
เจียงหนิงปิดประตู หยิบชุดป้องกันออกมาจากกระเป๋าหนึ่งชุด แล้วพูดด้วยความห่วงใย “อาจารย์คะ ระวังตัวด้วยนะคะ”
หม่ากวางเหนียนอดหัวเราะไม่ได้ เธอยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
คนไข้มีมากเกินไป พอเริ่มยุ่งขึ้นมาแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องพูดถึงกินข้าวหรือพักผ่อน
เธอยังสาวยังฝืนไหว แต่อาจารย์อายุมากแล้ว จะปล่อยให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
เจียงหนิงหยิบกล่องอาหารสองกล่องออกมา “เรากินอะไรลองท้องกันหน่อย กินให้อิ่มแล้วค่อยทำงานต่อ”
เพราะกลัวเกิดความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้ เจียงหนิงจึงป้องกันไว้ก่อนเป็นพิเศษ โดยขอให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจัดทหารมาสองนาย ให้คอยคุ้มกันความปลอดภัยของหม่ากวางเหนียนโดยเฉพาะ
น้องชายสามตระกูลหรงเจ้าเครื่องขยายเสียงทราบสถานการณ์ล่าสุดก็ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงทันที “มาเลยครับ มาเข้าแถวกันให้เรียบร้อย อย่าเบียดกัน เพื่อนร่วมงานเจียงหนิงตั้งใจเชิญอาจารย์ของเธอ ศาสตราจารย์หม่ากวางเหนียน มาร่วมตรวจรักษาด้วยกัน
ศาสตราจารย์หม่ากวางเหนียนเป็นใครน่ะหรือ? ท่านคือแพทย์ชื่อดังระดับสมบัติของชาติ ผู้ได้รับเงินอุดหนุนพิเศษจากหัวเซี่ย มีสมญานามว่าแพทย์เทวดาพันมือ…”
พูดจริง ๆ เจียงหนิงอยากฆ่าเขาให้ตายอยู่เหมือนกัน
