เจียงหนิงเล่าเรื่องในอดีตคร่าว ๆ พอรู้ว่าอาหนิงเกิดมาเพราะซ่งหยาหลิงทำแท้งไม่สำเร็จ ทั้งสองก็อดรู้สึกไม่เป็นธรรมแทนเธอไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อิจฉาที่เธอมีบิดาผู้ทรงอิทธิพล
อาหนิงโชคดีกว่าพวกเขา ยังมีโอกาสได้พบพ่อแม่แท้ ๆ และสัมผัสความรักความผูกพันในครอบครัว
ส่วนพวกเขาไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
พวกเขาเลยวัยที่จะโหยหาความรักจากครอบครัวมานานแล้ว แต่ก็ยินดีที่ได้พบคู่ชีวิต และจับมือกันฝ่าฟันภัยพิบัติในโลกาวินาศไปด้วยกัน
แค่เรื่องนี้อย่างเดียว พวกเขาก็โชคดีกว่าคนถึง 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
ขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้ดีแก่ใจว่าที่ตัวเองยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้ หลายครั้งเป็นเพราะเจียงหนิงช่วยฉุดชีวิตพวกเขากลับมาจากมือเจ้าพระยม
บุญคุณนี้พวกเขาจะจดจำไปชั่วชีวิต หวังเพียงว่าจะมีโอกาสตอบแทน
เต็นท์เรียบง่ายมาก ไม่มีแม้แต่โต๊ะหรือเก้าอี้ ทุกคนจึงนั่งลงกับพื้น เล่าเรื่องราวที่ประสบมาหลังแผ่นดินจมลงกันคร่าว ๆ
เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่พวกเขายังคงหลีกเลี่ยงการรื้อฟื้นความทรงจำอันโหดร้ายโดยไม่รู้ตัว พยายามทำใจให้สงบลง
คุยกันกว่าชั่วโมง เจียงหนิงก็เตรียมตัวไปฟาร์ม “คืนนี้มาทานข้าวที่บ้านกันไหม หม้อไฟหรือผัดกับข้าวดี?”
คนที่พักอยู่ในบ้านพักรับรองล้วนมาจากค่าย จะกินเลี้ยงกันที่นี่ก็ไม่สะดวก จะให้พวกเธอกินเนื้อกันเองแล้วปล่อยให้คนอื่นได้แต่ดมกลิ่นหรือไง?
จางเฉากลัวจะรบกวนเธอ “ไม่ต้องหรอก พวกเราต่างหากที่ควรเลี้ยงข้าวคุณกับพี่เซิน”
ตอนนี้ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือชามตะเกียบ คงต้องรอให้จัดสรรงานเรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน
“ไว้ถึงคราวที่พวกนายเลี้ยงบ้างก็ได้” เจียงหนิงเลิกคิ้ว “โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ภัยพิบัติครั้งเดียวทำให้ห่างเหินกันแล้วหรือไง?”