ผู้กำกับหลิงพินิจเจียงหนิง ตั้งแต่วัยยี่สิบจนถึงวัยสามสิบ รูปลักษณ์ของเธอเปลี่ยนไปไม่มากนัก แต่บุคลิกที่แผ่ออกมากลับแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
“เมื่อกี้คุณอยู่บนเรือขนส่งเหรอ?”
ไม่ได้พบกันหลายปี แต่แววตาคมกริบของเขายังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรหลบซ่อนจากเขาได้
เจียงหนิงตอบว่า “ค่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันได้ยินเพื่อนร่วมทีมเล่าว่า ตอนตามหากล่องเมล็ดพันธุ์อารยธรรม พวกเขาเจอทีมผู้รอดชีวิตจากเมืองเจีย คิดว่าคงเป็นพวกคุณสินะคะ”
ผู้กำกับหลิงพยักหน้า “ขอบคุณที่ยื่นมือช่วย ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจมาไม่ถึงฐานที่มั่น”
เจียงหนิงสงสัยเล็กน้อย “ฐานที่มั่นหัวเมืองเป็นฐานระดับชาติ ทำไมพวกคุณถึงเลือกมาเมืองเฟิงล่ะคะ?”
ผู้กำกับหลิงยิ้ม “สัญชาตญาณ”
เจียงหนิงชะงักไป ก่อนจะหัวเราะอย่างเบิกบาน “ฐานที่มั่นหัวเมืองทันสมัยกว่ามาก แต่สัญชาตญาณของคุณถูกแล้ว ที่นี่มีเพื่อนเก่าของคุณอยู่ เป็นคนที่คุณฝากความหวังไว้ได้เลยค่ะ”
เธอยื่นมือออกไปอย่างกระตือรือร้น “ผู้กำกับหลิง ยินดีต้อนรับสู่เมืองเฟิงค่ะ”
ผู้กำกับหลิงพบปะผู้คนมามากมาย เห็นท่าทีของเธอแล้วก็พอเดาได้ว่าสถานะของเธอในเมืองเฟิงคงไม่ต่ำอีกต่อไป เธอไม่ใช่คนเดิมเมื่อครั้งก่อนแล้ว
เธอเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
ผู้กำกับหลิงยื่นมือออกมา มือทั้งสองจับกันแน่น
เพิ่งปล่อยมือ ก็มีเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามา “ผู้กำกับหลิง”
จากนั้นไหล่ของเขาก็ถูกโอบไว้
ผู้กำกับหลิงมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ “ท่านสาม?”
นี่หรือคือเพื่อนเก่าที่เจียงหนิงพูดถึง? ความหวังที่เพิ่งผุดขึ้นมาพลันมอดดับลง
แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาในชุดเครื่องแบบทหารแตกต่างจากเมื่อก่อนราวกับเป็นคนละคน
คำประจบของน้องชายสามตระกูลหรงมีมาไม่ขาด “พี่ครับ การมาของผู้กำกับหลิงก็เหมือนติดปีกให้เมืองเฟิงของเรา วันดี ๆ ที่แท้จริงกำลังจะมาถึงแล้ว”
