“ข้าไม่อยากตาย ข้าไม่อยากตายจริง ๆ แม้ยามนี้ข้าจะมิใช่ฮ่องเต้ที่ผู้คนเคารพนับถืออีกต่อไป แต่ข้าก็ยอมรับผิดแล้ว ชดใช้ความผิดแล้ว หรือเท่านี้ยังไม่พออีกหรือ พวกเจ้าจะทรมานข้าไปถึงเมื่อใดกัน?”
ขันทีโจวยกมุมปาก แค่นหัวเราะเบา ๆ
แววตาที่เขามองเซียวฉงซานเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ฝ่าบาทคิดว่าทรงออกพระราชโองการสำนึกผิดแล้วจะพ้นโทษตายหรือ หนูไฉเคยนึกว่าพระองค์สำนึกผิดจากใจจริง ใครจะคิดว่าท้ายที่สุดพระองค์ยอมอ่อนข้อก็เพียงเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอด”
“คนที่ไม่รู้จักสำนึกเช่นพระองค์ สมควรพบจุดจบอันน่าอนาถ พิษเป็นเซียวเสวียนรุ่ยที่วางไว้ นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีผู้ใดแก้พิษได้ มิใช่พวกเราทำร้ายพระองค์ แต่พระองค์ต่างหากที่รับผลกรรมของตนเอง ทั้งหมดนี้คือผลตอบแทนที่พระองค์สมควรได้รับ”
กล่าวจบ ขันทีโจวก็ปิดประตูตำหนักดังปังอีกครั้ง
เซียวฉงซานโกรธจนแทบคลั่ง ไม่ว่าเขาจะร้องเรียกเพียงใด ขันทีโจวก็ไม่ปรากฏตัวอีก...
ภายในตำหนักเฉิงซินไร้ผู้คน เสียงที่สะท้อนก้องอยู่รอบด้านมีเพียงเสียงร้องอันสิ้นหวังและเจ็บปวดของเซียวฉงซาน ไม่มีสิ่งใดอื่นอีก
ดูราวกับตำหนักเฉิงซินถูกผู้คนลืมเลือนไปจนสิ้น
ส่วนฮ่องเต้อย่างเขา ก็ถูกทอดทิ้งอย่างหมดจดเช่นกัน
เซียวฉงซานอดหลั่งน้ำตาไม่ได้ เขายกมือปิดหน้าแล้วร่ำไห้อย่างขมขื่น
ความเจ็บปวดระลอกใหม่ถาโถมเข้ามา
เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
เจ็บ...ช่างเจ็บเหลือเกิน
