เซียวเสวียนอี้เม้มริมฝีปากบาง ก่อนยิ้มเย็นชาแล้วเงื้อแขนขึ้นฟาดเซียวเสวียนรุ่ยอย่างแรงอีกครั้ง แส้ฟาดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพของซ่งหว่านโหรวปรากฏขึ้นในห้วงคิดของเซียวเสวียนอี้ไม่หยุด
ดวงตาของเขาแดงก่ำ ทั้งร่างราวกับคลุ้มคลั่งไปแล้ว
ไม่รู้ว่าฟาดไปกี่ครั้ง ซ่งฮุยเห็นเซียวเสวียนรุ่ยใกล้สิ้นลม จึงรีบก้าวเข้าไปคว้าแขนของเซียวเสวียนอี้ไว้
“พอได้แล้ว หากฟาดต่อไป เขาต้องตายแน่”
ร่างของเซียวเสวียนอี้ราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงจนหมดสิ้น
เขาทิ้งแส้ในมือ ก่อนทรุดคุกเข่าลงกับพื้น
ศีรษะปวดร้าวประหนึ่งกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เขาฟุบอยู่บนพื้น กอดศีรษะตนเองไว้แน่น
“ศีรษะ... ปวดเหลือเกิน! เหตุใดกัน? เซียวเสวียนรุ่ยถูกทำลายจนสิ้นแล้ว ทั้งยังได้รับผลกรรมแล้ว แต่เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกหลุดพ้นแม้แต่น้อย? ไม่รู้สึกโล่งใจหรือยินดีเลยสักนิด?”
“ข้าคิดถึงหว่านโหรวเหลือเกิน... ข้าลืมนางไม่ได้เลย ขอเพียงหลับตา ข้าก็เห็นหว่านโหรวร่างโชกเลือดยิ้มให้ข้า ข้าควรลงไปอยู่เป็นเพื่อนนาง ปล่อยให้นางอยู่เดียวดายเช่นนั้น นางต้องหวาดกลัวและเหงามากแน่”
ซ่งฮุยขมวดคิ้ว เขาย่อตัวลง วางฝ่ามือลงบนไหล่ของอีกฝ่าย
อาการของเซียวเสวียนอี้ดูผิดปกติอย่างยิ่ง
“อี้อ๋อง โปรดสงบสติอารมณ์ก่อน หากหว่านโหรวรับรู้ได้จากปรโลก นางย่อมปรารถนาให้ท่านมีชีวิตอยู่ดี ๆ ไม่ใช่ทอดทิ้งตนเองเช่นนี้ คิดแต่จะปลิดชีพ”
