ใบหน้าของผูซังถูกตบจนเบี่ยงไปด้านหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดแผ่กระจายอยู่ในปาก
องค์หญิงหนีหวงใช้ปลายนิ้วบีบคางเขาแน่น กัดฟันกล่าวทีละคำด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “เรื่องของเปิ่นกง ตั้งแต่เมื่อใดถึงคราวที่เจ้ามาสอดมือ? เจ้าเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงต่ำต้อยของเปิ่นกงตัวหนึ่งเท่านั้น เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงบังอาจช่วยตงเคอไว้โดยพลการ ทั้งยังปล่อยนางไป?”
“ยิ่งกว่านั้น เจ้ายังส่งตัวนางให้หยุนหลวน จนหยุนหลวนสืบพบที่พักของข้าอีกหรือ? ผูซัง เจ้าคิดทำร้ายข้าอย่างชัดเจน เชื่อหรือไม่ว่าอีกไม่นานหยุนหลวนจะพาเยี่ยนอ๋องนำกำลังมาล้อมปราบที่นี่...”
ผูซังฝืนทนความเจ็บปวดบนใบหน้า เอ่ยวิงวอนเสียงสั่น “องค์หญิงโปรดระงับโทสะ ข้าน้อยมิได้คิดให้ถี่ถ้วน ข้าน้อยผิดไปแล้ว”
องค์หญิงหนีหวงโกรธจนแทบคลั่ง เดิมทีนางคิดว่าจะยังพักอยู่ที่นี่ได้อีกหลายวัน ใครจะคิดว่าทุกอย่างกลับถูกเจ้าผูซังสารเลวนี่ทำลายเสียสิ้น
นางสะบัดมือปล่อยผูซังอย่างแรง แล้วหันไปมองเงามืดเบื้องหลัง
“เปิ่นกงมอบผูซังให้เจ้าแล้ว จะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า...”
คนในเงามืดขานรับเบา ๆ
องค์หญิงหนีหวงจึงกำชับคนอื่น ๆ “ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ย้ายออกจากที่นี่ทันที”
“ทิ้งคนไว้สองคน รอพบกับกู้เฉินที่นี่”
มีคนขานรับเสียงเบา องค์หญิงหนีหวงไม่สนใจผูซังอีก หันหลังขึ้นรถม้าและสั่งให้เดินทางออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
ผูซังล้มลงกับพื้น นอนคว่ำอยู่เช่นนั้น ก่อนจะอดไอออกมาหลายครั้งไม่ได้
คนผู้หนึ่งค่อย ๆ ก้าวออกมาจากเงามืด
