แขนของลู่หลีที่กำลังเคลื่อนไหวชะงักไปครู่หนึ่งเพราะคำพูดของลั่วเจียไป๋ เขาเงยหน้ามองลูกบาศก์ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ
ไม่คิดเลยว่าเพื่อนจะเป็นห่วงว่าเขาจะบาดเจ็บยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก
เขาแยกกระดาษแผ่นเล็กในฝ่ามือออกจากกัน แล้วสอดเข้าไปในลูกบาศก์ทีละแผ่น ก่อนจะนำมารวมกันอีกครั้ง ทั้งมุมและด้านบนก็ลองสัมผัสแล้ว ทว่าด้านในยังคงมืดสนิทราวกับผืนน้ำนิ่งไร้ชีวิต
ไม่เหมือนครั้งก่อนที่แค่หย่อนสิ่งของเข้าไปตื้น ๆ ก้อนสีหลากสีก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้ามาแย่งทันที
“ไม่ได้ผล” ลู่หลีชักแขนกลับ ยอมถอยก่อนจะเสียหายไปมากกว่านี้
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพื้นโต๊ะใต้เท้าซ้ายเริ่มเอียงลงเร็วขึ้น
ต่อให้กู้ยวี่ชูออกแรงพยุงก็ไม่อาจหยุดไว้ได้ ลู่หลีจึงตบแขนลั่วเจียไป๋เบา ๆ “ผมลงไปก่อนนะ”
ลั่วเจียไป๋คลายแรงลง ลู่หลีใช้ไหล่ของเขาพยุงตัวก่อนลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย จากนั้นจึงสังเกตโต๊ะตัวนี้ซึ่งอยู่ใต้ลูกบาศก์พอดี
หน้าโต๊ะยังคงเอียงอยู่ ไม่ได้กลับคืนสู่สภาพเดิม
