สายตาของเหล่าผู้อาวุโสหลายคนหันมาจับจ้องซูเนี่ยนเหอพร้อมกัน
ซูเนี่ยนเหอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อโชคชะตาประทานเวทีเช่นนี้ให้เธอแล้ว
เธอก็ไม่จำเป็นต้องรอวันหลังค่อยบอกเหล่าผู้อาวุโสถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตระกูลเซิ่ง
“คุณอาคะ คุณน้าคะ ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดค่ะ เมื่อครู่คุณนายเซิ่งกับลูกสาวพูดจาไม่น่าฟังใส่อีนั่วกับฉันจริง ๆ
อีกอย่าง ฉันไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซิ่ง เมื่อสิบปีก่อนตระกูลเซิ่งขับฉันออกจากผังตระกูลไปแล้ว
ตอนนี้นอกจากเซิ่งเหลียนเจี๋ยที่เป็นพี่ชายฉัน ฉันก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับคนอื่นในตระกูลเซิ่งอีก”
บรรยากาศ ณ ที่นั้นพลันเย็นเยียบลง
แม้แต่หลินอีนั่วก็ยังตกตะลึงกับคำพูดของซูเนี่ยนเหอ
ตระกูลเซิ่งถึงกับขับเธอออกจากผังตระกูลเชียวหรือ?
จากความเข้าใจที่หลินอีนั่วมีต่อซูเนี่ยนเหอ รวมถึงการปะทะคารมกับเหอจิ้งซูและเซิ่งอีอีเมื่อครู่
หลินอีนั่วมั่นใจอย่างยิ่งว่าคนที่มีปัญหาต้องเป็นคนตระกูลเซิ่ง ไม่ใช่ซูเนี่ยนเหอแน่นอน
เถารุ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ขับออกจากผังตระกูลหรือคะ?”
เธอรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับคำพูดของซูเนี่ยนเหอ
ผู้อาวุโสอีกหลายคนที่เหลือต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน
แม้จะรู้สึกคาดไม่ถึง แต่เหล่าผู้อาวุโสทุกคนต่างสงสารซูเนี่ยนเหอจับใจ
หลินจงซวินอดคิดในใจไม่ได้ว่า ตอนนั้นเด็กคนนี้ต้องเจออะไรมาบ้าง ถึงถูกตระกูลเซิ่งปฏิบัติด้วยเช่นนี้?
หลังจากนิ่งไปเพียงครู่เดียว หลินจงซวินไม่ได้ถามถึงสาเหตุ แต่หันไปพูดกับเซิ่งถิงยวนและคนอื่น ๆ อย่างไม่ลังเลว่า
“ในเมื่อตระกูลเซิ่งขับเนี่ยนเหอออกจากตระกูลแล้วก็ดี ต่อไปนี้เธอเป็นคนของตระกูลหลิน เป็นลูกสาวของตระกูลหลิน
เนี่ยนเหอกับลูกสาวผม หลินอีนั่ว เป็นพี่น้องกันแม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน
