ลู่จิ่งชวนมองคนตรงข้ามจนชัด เขาเคยเห็นเซิ่งอีอีเพียงคนเดียว ไม่รู้จักเหอจิ้งซู
แต่เมื่อเห็นเซิ่งอีอีใช้สองมือกอดแขนเหอจิ้งซูแน่น แถมยังแนบตัวติดกัน
ประกอบกับอายุของทั้งคู่ที่ห่างกันไม่น้อย ก็พอเดาความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ไม่ยาก
ลู่จิ่งชวนถามซูเนี่ยนเหอเสียงเบา “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
สีหน้าซูเนี่ยนเหอผ่อนคลาย น้ำเสียงราบเรียบ “ไม่เป็นไร”
ตอนเห็นลู่จิ่งชวน เซิ่งอีอีก็ตกตะลึงไปแล้ว เธอแทบไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าทั้งสองพูดอะไรกัน
แต่เธอสังเกตได้ว่าระหว่างลู่จิ่งชวนกับซูเนี่ยนเหอดูเหมือนจะมีความสนิทสนมบางอย่างที่แปลกไป
“ท่านประธานลู่? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วพวกคุณรู้จักกันได้ยังไง?”
แววตาของเธอเผยความอ่อนโยนที่คิดไปเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยเจือความหึงหวง
เมื่อได้ยินลูกสาวร้องเรียก เหอจิ้งซูก็มองใบหน้าคุ้นตาของลู่จิ่งชวน แล้วหันไปดูระยะห่างระหว่างเขากับซูเนี่ยนเหอ
เธอถามเซิ่งอีอีอย่างไม่แน่ใจนัก “ท่านประธานลู่คนไหน?”
“ม่าม๊า! ก็ท่านประธานลู่จิ่งชวนจากกลุ่มบริษัทลู่ไง!”
เซิ่งอีอีร้อนรนแทบจะกระทืบเท้า
ลู่จิ่งชวนยังไม่ทันเอ่ยปาก หลินอีนั่วก็พูดขึ้นด้วยความขุ่นเคืองเสียก่อน
“ลู่จิ่งชวน เมื่อกี้คุณไม่อยู่ ผู้หญิงสองคนนี้พูดจาแย่มากใส่เนี่ยนเหอ!”
หลินอีนั่วเรียกชื่อลู่จิ่งชวนตรง ๆ ต่อให้เป็นคนนอกก็ยังฟังออกว่าเธอกับเขาสนิทกันดี
ยิ่งไปกว่านั้น เหอจิ้งซูยังจับได้ว่าน้ำเสียงของหลินอีนั่วเหมือนกำลังฟ้องลู่จิ่งชวนแทนซูเนี่ยนเหอ
ให้ความรู้สึกราวกับเพื่อนบ้านที่สนิทกันมาฟ้องว่า คนในบ้านของคุณถูกรังแก
คราวนี้เหอจิ้งซูยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่า ซูเนี่ยนกับลู่จิ่งชวนมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?
