ไท่จื่อก้าวออกไปหนึ่งก้าว กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เสด็จพ่อ ไอ้โจรผู้นี้กล้าคิดร้ายต่อองค์หญิง เห็นได้ว่ามันใจกล้าบังอาจเพียงใด”
“โชคดีที่ฮูหยินเฉียวจับผู้สมรู้ร่วมคิดของโจรได้ในเรือนหลัง บัดนี้กำลังรออยู่ด้านนอกตำหนักทรงพระอักษร ขอเสด็จพ่อโปรดนำตัวมาสอบถามด้วย”
องค์หญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ร่างก็สั่นสะท้านเล็กน้อย
นางรู้ว่าคนผู้นี้ต้องเป็นผู้ที่ไฉหลานส่งไปคิดร้ายจั่วอันหนิงเป็นแน่ ไม่คิดว่าจะไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ ถึงกับถูกจับได้!
ตามความเข้าใจของนางที่มีต่อไฉหลาน เวลาไปว่าจ้างผู้อื่น ไฉหลานย่อมต้องปลอมตัวขอเพียงให้คนผู้นี้จำไฉหลานไม่ได้ก็พอ
ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากไฉหลานถูกชี้ตัวออกมา...
คิดถึงตรงนี้ ใจขององค์หญิงใหญ่ก็สั่นระรัวอย่างรุนแรง
ด้วยความภักดีที่ไฉหลานมีต่อนาง นางคงจะรับเอาความผิดทั้งหมดไว้...
ฮ่องเต้หยงทรงพระพิโรธนัก ไม่เคยคาดคิดว่าในต้าหยงจะยังมีผู้ที่เหิมเกริมต่อราชสกุลเช่นนี้
ไอ้โจรผู้นั้นกล้าทำร้ายองค์หญิงใหญ่ ก็คือการไม่เห็นเขาผู้นี้อยู่ในสายตา!
“นำตัวเข้ามา!”
ประตูตำหนักทรงพระอักษรถูกเปิดออก หวงเผยนำทาง ข้างหลังมีขันทีน้อยสองคนลากเด็กสาวคนหนึ่งเข้ามา
ที่ต้องใช้คำว่าลากเป็นเพราะเด็กสาวผู้นั้นตกใจกลัวจนตัวสั่น หน้าซีดไร้สีเลือด ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนยืนไม่อยู่
ขันทีน้อยทั้งสองปล่อยมือ เด็กสาวก็ล้มคะมำลงบนพื้นทันที
“เงยหน้าขึ้น”
พระสุรเสียงเย็นชาของฮ่องเต้หยงดังขึ้น
เด็กสาวผู้นั้นลืมตอบสนองไปแล้ว เพียงก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
หวงเผยเห็นฮ่องเต้หยงขมวดพระขนงด้วยความรำคาญ จึงก้าวเข้าไปจับผมของเด็กสาวผู้นั้น บังคับให้นางเงยหน้าขึ้น
