“เพื่อนของเรา?”
หยางฟ่างอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง มองไปทางจางเหม่ยหน่า เห็นอีกฝ่ายก็มีสีหน้างุนงงเช่นกัน จึงถามพนักงานว่า “เป็นคนแบบไหน?”
พนักงานยิ้มรับ “ตัวสูง ผอม สูทเต็มยศครับ”
ใส่สูท?
ปกติไม่ค่อยมีใครใส่สูท นอกจากจำเป็นต้องใสตามอาชีพ หรือไม่ก็เป็นคนที่ถือตัวว่ามีฐานะ
“จะให้ผมย้ายเครื่องดื่มของทั้งสองท่านไปที่ห้องรับรองไหมครับ?”
หยางฟ่างอี้มองไปทางจางเหม่ยหน่า “ไปดูกันเถอะ อาจเป็นคู่ค้าทางธุรกิจก็ได้”
แล้วจึงพูดกับพนักงานว่า “รบกวนด้วยนะครับ”
“ไม่รบกวนเลยครับ ยินดีครับ”
พนักงานหยิบตะกร้ามาใบหนึ่ง ใส่ขวดเหล้าลงไป แล้วกล่าวว่า “เชิญทั้งสองท่านตามผมมา”
พนักงานนำทั้งสองคนมาถึงหน้าห้องรับรองห้องหนึ่งบนชั้นสอง
ตอนกำลังจะเข้าประตู หยางฟ่างอี้พูดขึ้นว่า “เหม่ยหน่า เธอเข้าไปก่อนนะ ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อย”
“งั้นนายรีบหน่อยนะ”
พนักงานชายเหลือบมองหยางฟ่างอี้แวบหนึ่ง แล้วผลักประตูเชิญจางเหม่ยหน่าเข้าไป
จางเหม่ยหน่าเดินเข้ามา ในห้องรับรองไฟสลัว ด้านในมีชายฉกรรจ์หน้าตาดุร้ายนั่งอยู่หลายคน
เธอรู้สึกว่ามันไม่ชอบมาพากล จึงหันหลังจะวิ่งหนี แต่ถูกชายฉกรรจ์สองคนจับกดไว้
“พวกแกเป็นใคร? คิดจะทำอะไร?”
สิ่งที่ตอบเธอคือฝ่ามือตบอย่างแรงหนึ่งฉาด ตบจนแก้มเธอบวมแดง ตาลายเห็นดาวระยิบระยับ
“อยู่นิ่ง ๆ ไม่งั้นฆ่าแกทิ้งซะ”
เฉินเป้าในชุดโจรสลัดยิ้มเหี้ยมอย่างน่าสยดสยอง
เมื่อกี้ตอนเหลียงหย่วนโทรหาเขา ได้บอกไว้ว่า สองคนนี้ไม่ต้องเกรงใจ