เรือน้อยโยกไหวเบา ๆ แล่นเข้าสู่ท่าดอกบัวอย่างช้า ๆ ลัดเลาะไปท่ามกลางพฤกษชาติเขียวชอุ่ม
สุดสายตาที่มองเห็นมีแต่ใบบัวผืนใหญ่ดุจร่ม สูงต่ำสลับกันไป หนาแน่นปกคลุมผิวน้ำทั่วทั้งผืน
ท่ามกลางสีเขียวมรกตสุดลูกหูลูกตา แต้มประดับด้วยดอกบัวอ่อนช้อยนับไม่ถ้วน
แสงแดดส่องลอดช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมา ทอดเงาพร่างพรายบนผิวน้ำสีเขียวเข้ม
หยาดน้ำใสกลิ้งไปมาบนใบบัว เปล่งประกายระยิบระยับดุจไข่มุก เมื่อเรือน้อยแล่นผ่านจนเกิดระลอกคลื่นบางเบา หยาดน้ำก็พลันไหลร่วงลงมา ก่อเกิดวงคลื่นเล็ก ๆ ซ้อนกันเป็นวง
เรือน้อยแล่นกดทับใบบัว บางคราก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
แสงแดดอาบไล้จนคนรู้สึกเกียจคร้าน สวี่จิ้งหยางเองก็ไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้ว
นางวางความคิดทั้งปวงลงชั่วครู่ เพียงทอดสายตามองทิวทัศน์รอบกาย ปล่อยให้จิตใจว่างเปล่า
ความสงบเช่นนี้ช่างห่างหายไปนานแล้ว
เซียวอันถังนอนฟุบอยู่หัวเรือ มือเล็ก ๆ กวนน้ำเป็นครั้งคราว ไม่นานก็จับรากบัวขึ้นมาได้หนึ่งท่อน
เซียวเหอเย่หักใบบัวใบใหญ่ใบหนึ่งส่งให้สวี่จิ้งหยาง
“ใกล้เที่ยงแล้ว แดดแรงนัก เอาไว้บังแดดก่อนเถิด”
สวี่จิ้งหยางเพิ่งเอ่ยขอบคุณ หางตาก็เหลือบเห็นเซียวอันถังใช้มือเล็กแหวกเสื้อผ้าของตน แล้วถอดออกอย่างคล่องแคล่ว เหลือเพียงเสื้อชั้นในสีขาว