ยามนี้เมื่อได้ฟังเสี่ยวกุ้ยเฟยเล่าอย่างละเอียด จึงได้รู้ว่า บุตรชายคนเล็กของกั๋วกงอิงกั๋วคนนี้ชื่อเจิ้งเหวินไป่ อายุสิบเก้าปี
อิงกั๋วกงเต็มไปด้วยขุนศึกทั้งตระกูล กลับมีเจิ้งเหวินไป่ผู้เป็นตัวแปลกแยกแบบนี้
ตั้งแต่เล็กก็ฝึกวรยุทธ์ไม่สำเร็จ กระบวนท่าไม้พลองหนึ่งชุด พวกพี่น้องของเขา ดูเพียงรอบเดียวก็เป็นแล้ว
ทว่าเขากลับเป็นพวกแขนขาไม่ประสานกัน ฝึกอย่างทรหดสามวัน ยังสามารถทำให้ตัวเองล้มลงได้
กั๋วกงอิงกั๋วคิดหาวิธีนับไม่ถ้วน ก็ได้เพียงทำให้บุตรชายคนเล็กคนนี้แข็งแรงกว่าคนทั่วไปสักหน่อย สุขภาพดีขึ้นบ้าง ส่วนที่เรียกว่าฝีมือวรยุทธ์นั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง
ไม่มีทางเลือก ฝึกวรยุทธ์ไม่สำเร็จ จะปล่อยให้เสียคนไปเลยไม่ได้กระมัง?
ก็ให้เจิ้งเหวินไป่หันมาเรียนอักษรศาสตร์
เจิ้งเหวินไป่ฝึกวรยุทธ์ไม่มีพรสวรรค์ เรียนอักษรศาสตร์กลับมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง
อายุสิบต้นๆ จึงเริ่มคารวะอาจารย์เข้าเรียนสำนักอย่างเป็นทางการ มาบัดนี้ก็ได้เป็นซิ่วไฉแล้ว
หากไม่มีเหตุไม่คาดฝัน คงจะเข้าร่วมการสอบชิวเว่ยในปีนี้ ดูว่าจะสอบติดเป็นจิ้นซื่อได้หรือไม่
เจิ้งเหวินไป่ผู้นี้ แม้จะเกิดในตระกูลขุนศึก ทว่านิสัยใจคออ่อนโยน อีกทั้งรอบข้างยังนับว่าสะอาด อย่างน้อยภายนอกก็ไม่มีสาวใช้รับใช้
ในบรรดาผู้เข้าชิงตำแหน่งพระสวามีจำนวนหนึ่ง นับว่าเป็นคนที่รักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องพวกหนึ่งแล้ว
อีกทั้งชาติกำเนิดของเขา ก็ถูกฮ่องเต้ทรงเลือกไว้ก่อนแล้ว
จากนั้นจิ้นหวังก็ตรวจสอบมาหลายทาง อุปนิสัยใจคอไม่มีปัญหาใหญ่อันใด
สุดท้ายองค์หญิงสี่ได้เห็นตัวจริงด้วยตาตัวเอง มิได้คัดค้าน จึงได้ตกลง