โดยไม่ต้องสบตากัน สองสามีภรรยาพลันเอื้อนเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “ย่อมต้องเข้าเรียนเป็นแน่”
หลานซื่อโบกมือเป็นการใหญ่ นางได้กลับไปฟังคำสอนจากมารดาแท้ ๆ และพี่สะใภ้อีกครา ห้ามไม่ให้เข้าไปออกความเห็นในเรื่องการเข้าเรียนของเด็กทั้งสอง จงปฏิบัติตามโอรสและบุตรสะใภ้ทุกประการ
อีกทั้งห้ามตามใจเด็ก อย่าได้เข้าไปขัดจังหวะเมื่อสามีภรรยาสั่งสอนบุตร
จะให้ดีก็จงหุบปากอดทนอยู่ข้าง ๆ หากทนไม่ไหว ก็จงเดินออกไปเสียเอง
หากอัดอั้นจนต้องเอื้อนวาจา ก็จงตบปากตนเองเสียหนึ่งฉาด
ดังนั้นนางจึงไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงโบกมือเงียบ ๆ แล้วกลับเรือนไปพักผ่อน
ครั้นเมื่อโต้วเปาและทังหยวนวิ่งเล่นข้างนอกจนหนำใจกลับมาในวันนั้น ก็ได้รับข่าวร้ายที่ราวกับฟ้าผ่า อีกสามวันให้หลัง พวกเขาจะต้องตื่นแต่เช้าไปเริ่มเข้าเรียนที่ตระกูลหลาน
เมื่อตัดสินใจจะส่งบุตรเข้าเรียน ลู่เจินเจินยังต้องเตรียมค่าบำรุงอาจารย์ให้แก่อาจารย์ทั้งสอง ทั้งยังต้องหารือกับหลานซื่ออีกว่า เด็กทั้งสองไปเรียนที่สำนักตระกูลหลาน ย่อมต้องรับประทานอาหารกลางวันที่นั่นทุกวัน เมื่อนานวันเข้า มิใช่จำนวนเงินเล็กน้อย
แน่นอนว่าตระกูลหลานย่อมไม่คิดเงินพวกเขา แต่พวกตนก็มิอาจรับไว้อย่างเป็นของตาย
ไม่เพียงต้องเตรียมของขวัญให้คนตระกูลหลาน ยังสมควรบริจาคสิ่งของแก่คนในตระกูลหลานบ้าง เพื่อมิให้ผู้คนภายนอกนำไปนินทา
อีกทั้งต้องเตรียมเครื่องเขียนสำหรับเข้าเรียนให้น้อยทั้งสอง อาทิ พู่กัน หมึก กระดาษ และจานฝนหมึก
ยังต้องจัดการรถม้าและคนขับรถ รวมถึงผู้ติดตามอารักขาคอยรับส่งเด็กทั้งสองทุกวัน
อีกทั้งต้องพิจารณาเรื่องขนมหวานสำหรับเด็ก ๆ เกรงว่าพวกเขาจะหิวกลางคัน
เด็กรับใช้และเด็กรับใช้ติดตามหนังสือก็ต้องคัดเลือกแล้ว