คนที่ชอบลงมือจะพูดเหตุผลกันไหม มีตรรกะกันไหม
เซี่ยอวิ๋นซูรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีเหตุผลมาก แต่หลินชุ่ยผิงเป็นคนแรกที่ขัดความคิดนี้ “เธอตีคนไปแล้วเท่าไหร่คน เธอยังกล้าบอกว่าตัวเองมีเหตุผลอีกเหรอ”
หลังครัวร้านอาหารไห่อัน เซี่ยอวิ๋นซูหยิบขวานฟันกระดูกขึ้นมาหนึ่งเล่ม แล้วเดินไปฟันต้นไผ่ในป่าไผ่ด้านหลัง แขนบางเล็กสะบัดขวานใหญ่จนลมพัดกระหน่ำ เมื่อได้ยินดังนั้นก็หันข้างหน้ามามองหลินชุ่ยผิงหนึ่งตา “เธอว่าใครไม่มีเหตุผลนะ”
ใบมีดคมส่องแสงวาบใต้แสงแดดฉายลงบนใบหน้าของหลินชุ่ยผิง เธอรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “ฉันพูดถึงเฉิงเจียงหนานเจ้าตัวดีนักน่ะ มันก็แค่ไอ้ตัวที่คว้าขี้กิน มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด เธอโกรธขนาดนี้มันยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าปากมรณะ สมองฝอย!”
เซี่ยอวิ๋นซูหัวเราะเยาะหนึ่งเสียง ดึงเหล็กเส้นไผ่ออกมาแล้วมองหลินชุ่ยผิงอย่างเฉื่อยชา “มานี่ ฉันตีหนึ่งทีเป็นการทดลอง ดูซิว่าเจ็บไหม มีรอยหรือเปล่า”
“เซี่ยอวิ๋นซู จิตใจเธอให้เสี่ยวเฮยกินหมดแล้วใช่ไหม” หลินชุ่ยผิงพรวดหลบไปหลังตัวซ่งซานชวานทันที โผล่แต่ศีรษะลอดออกมา “ฉันหนังหนา ตีฉันไม่เห็นผล เปลี่ยนคนอื่นตีเถอะ”
เซี่ยอวิ๋นซูถูกเธอทำให้ขำ “เธอบ้าหรือเปล่า ฉันพูดเล่นนะ ตกใจเหมือนกระต่ายขาโหด”
หลินชุ่ยผิงบ่นพึมพำว่า ใครกันแน่ที่บ้า?
แต่พอไม่ต้องโดนตี เธอก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง มองเหล็กเส้นไผ่ในมือของเซี่ยอวิ๋นซูแล้วขมวดคิ้ว “คราวนี้เธอจะไปตีใครอีก? เสิ่นซูไป๋ไม่อยู่เมืองไห่เฉิง เธออยู่เงียบ ๆ สักพักไม่ได้เหรอ?”
