อีกด้านหนึ่ง ลั่วซิงโหยวก็ขยับเข้าไปข้างพี่สาว แล้วถามเสียงเบาว่า “พี่เป็นยังไงบ้างคะ ให้หนูพากลับห้องไปพักก่อนไหม”
ลั่วซิงเหอรู้สึกเวียนหัวอยู่บ้างจริง ๆ จึงพยักหน้า “ได้สิ พี่ขอขึ้นไปนอนพักสักหน่อย”
คนอื่น ๆ มองลู่หนานเกอ กู้ว่าน และลู่ซีฉือที่ช่วยประคองพ่อแม่ตระกูลลู่ ส่วนลั่วซิงโหยวก็พยุงพี่สาวเดินเข้าไปในคฤหาสน์ที่สว่างไสวอย่างช้า ๆ
ความครึกครื้นในลานบ้านเงียบลงไปชั่วขณะ
หลังจากทั้งสามคนกลับเข้าห้องไปพักผ่อนอย่างปลอดภัยแล้ว ลานบ้านก็กลายเป็นพื้นที่ของกลุ่มลู่หนานเกอโดยสมบูรณ์
เตาถ่านยังคงลุกไหม้ ส่งเสียงเปรี๊ยะๆ แผ่วเบา...
เหวินชิงยังคงอุ้มลูกสาวที่หลับสนิท นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย โยกเบา ๆ เป็นจังหวะ สายตาอ่อนโยนกวาดมองเพื่อน ๆ ที่ยังเหลืออยู่
ลมกลางคืนเย็นสบาย พัดพากลิ่นหอมชื้นของต้นไม้ใบหญ้าในลานบ้านมาแตะแก้มทุกคนเบา ๆ ทั้งยังพัดควันจากเตาถ่านและกลิ่นอายของสุราส่วนสุดท้ายในอากาศให้จางหายไป
ดวงดาวดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นกว่าเมื่อครู่ เงียบสงบขณะทอดมองลานบ้านที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟอันอบอุ่นจากเบื้องบน
ฉืออีเดินไปหาเหวินชิง “ให้ฉันช่วยอุ้มเชอร์รี่น้อยสักพักไหม คุณจะได้พักแขน”
เหวินชิงส่ายหน้า น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ไม่ต้องหรอก ฉันชินแล้ว
“เธอหลับไม่สนิท เปลี่ยนคนอุ้มก็ปลุกให้ตื่นได้ง่าย พอตื่นแล้วก็ร้องงอแงอยู่นาน ยิ่งวุ่นวายเข้าไปใหญ่...อุ้มเธอไว้แบบนี้ ฉันสบายใจกว่า”
