ทางเดินผู้โดยสารเริ่มมีผู้คนทยอยออกมามากขึ้น
ท่ามกลางฝูงชน มีร่างคุ้นตาหลายร่างค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้
คนที่เดินนำมาคือลู่ซีฉือ
เขาเข็นรถเข็นสัมภาระที่บรรทุกของไว้เต็มคัน หลบเลี่ยงผู้คนทั้งซ้ายขวา คิ้วที่ขมวดเล็กน้อยคลายออกทันทีเมื่อเห็นกลุ่มคนตรงทางออกผู้โดยสารขาเข้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจนใจ
ด้านหลังเขาครึ่งก้าว ลู่เป่ยเย่จับมือลู่หนานเกอพี่สาวไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างจับมือแม่อย่างซางเหนียนเหนียน
ลู่จินเดินอยู่ด้านนอกของภรรยา แขนโอบอยู่รอบตัวเธออย่างหลวม ๆ ในท่าทางปกป้อง สายตากวาดมองไปข้างหน้า
“น้องสาวสุดที่รัก! อาเย่! ทางนี้! มองทางนี้!” เหอจัวกระโดดขึ้นเป็นคนแรก โบกแขนแรง ๆ เสียงดังจนกลบเสียงอึกทึกโดยรอบ
กู้ว่านจับมือเชอร์รี่น้อยแล้วเขย่าไปด้วยกัน “หนานหนาน! ทางนี้ ๆ!”
เชอร์รี่น้อยถูกดึงให้เขย่าตาม เจ้าตัวน้อยกระทืบเท้าปุ ๆ แล้วตะโกนตามด้วยเสียงอ้อแอ้ “แม่คะ คุณยาย ป้าเล็ก แล้วก็คุณลุงมาถึงแล้วค่ะ!”
ทันทีที่ซางเหนียนเหนียนเห็นซางซวี่ รอยยิ้มก็ผลิบาน “พี่รอง! อาเช่อ! เยียนเยียน!”
ซางซวี่ก้าวยาว ๆ เข้าไปหา แล้วกางแขนรับสมาชิกทั้งห้าคนจากตระกูลลู่ที่เดินเข้ามาใกล้
ฝ่ามือของเขาตบหลังลู่จินสองครั้ง พอเลื่อนมาแตะไหล่ซางเหนียนเหนียน แรงมือก็เบาลง ทว่ากลับค้างอยู่นานกว่าเดิม ปลายนิ้วถึงกับขยับกระชับเบา ๆ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ น้องเล็ก น้องเขย” ซางซวี่เอ่ย น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ากว่าปกติอยู่หลายส่วน คำพูดสั้น ๆ ไม่กี่คำราวกับกลิ้งออกมาจากส่วนลึกในอก
ซางเหนียนเหนียนชะงักไปเล็กน้อยเพราะอ้อมกอดแน่นเกินไปของเขา ก่อนจะหัวเราะออกมา “พี่รอง เราวิดีโอคอลหากันแทบทุกสามวันห้าวัน
