บ้านของลู่หนานเกอย้ายที่อยู่ คุณตาซางสงสารลูกสาว จึงส่งคนรับใช้เก่าแก่ที่มือไม้คล่องแคล่วจากตระกูลซางหลายคนมาช่วยทันที
เมื่อมีคนมาช่วย ซางเหนียนเหนียนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที ลากลู่หนานเกอ ลู่เป่ยเย่ และลู่จินที่รับหน้าที่ทั้งคนขับรถประจำและคนขนของ ไปเริ่มภารกิจ “ช็อปปิงของเข้าบ้านใหม่” กันอย่างคึกคัก
ตลอดสามวันเต็ม ทั้งครอบครัวสี่คนออกไปซื้อของกันทุกวัน
ตั้งแต่ของชิ้นใหญ่อย่างที่นอนกับโซฟา ไปจนถึงของชิ้นเล็กอย่างกระปุกเครื่องปรุงกับกล่องใส่กระดาษทิชชู ซางเหนียนเหนียนถือรายการไว้ในมือ คอยเปรียบเทียบและเลือกซื้อ ส่วนลู่จินเดินตามหลังเข็นรถ รูดบัตร และขนของ โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
ส่วนลู่หนานเกอกับลู่เป่ยเย่ก็รับหน้าที่คอยรับมุก...ให้คำแนะนำเรื่องความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย
พัสดุที่สั่งทางออนไลน์ก็มาส่งถึงหน้าบ้านสี่ปีกันไม่ขาดสาย ราวกับผู้คนหลั่งไหลมาจับจ่ายซื้อของ
วันต่อ ๆ มา การแกะกล่อง จัดเก็บ ประกอบ และจัดวาง...กลายเป็นกิจกรรมหลักของทุกคนในครอบครัว
เมื่อรวมกับคนที่ตระกูลซางส่งมาช่วย ทั้งในลานบ้านและในห้องต่าง ๆ จึงมีแต่คนขะมักเขม้นทำงาน เสียงข้าวของกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ครึกครื้นเป็นอย่างยิ่ง
ข้าวของใหม่เอี่ยมทยอยเติมเต็มห้องที่เคยว่างโล่ง อิฐเขียวกับกระเบื้องสีเทาที่ไม่คุ้นตาค่อย ๆ ถูกเติมเต็มด้วยบรรยากาศคุ้นเคย สีสันที่ชื่นชอบ และเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน จนเริ่มมีรูปร่างของคำว่า “บ้าน” ให้จับต้องได้
วันแรกที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ ลู่ซีฉือก็เข้าสู่โหมดทำงานทันที
เขาเริ่มออกจากบ้านแต่เช้า กลับดึก วุ่นอยู่กับกิจการของบริษัทตัวเองในเมืองจิง รวมถึงเรื่องบริษัทของบิดาผู้ล่วงลับ
