วันนั้นที่สวนสัตว์ หลังจากดูแพนด้าสมบัติประจำชาติที่น่ารักน่าเอ็นดูจนจบ ลู่หนานเกอก็มีเหงื่อซึมออกมาตรงขมับ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ขวดน้ำแร่ที่เปิดฝาไว้แล้วก็ถูกยื่นมาตรงหน้า
แสงแดดเหนือศีรษะพลันอ่อนลง ร่มกันแดดคันใหญ่กางบังแสงที่ส่องลงมาตรง ๆ
“ขอบคุณค่ะพี่หยาน” ลู่หนานเกอรับน้ำมา เงยหน้าดื่มไปสองสามอึก น้ำเย็นไหลผ่านลำคอ ความอบอ้าวจากอากาศร้อนก็จางหายไปไม่น้อย
เธอหันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าข้างกาย น้ำเสียงจริงจัง “พี่หยาน พี่ไม่ต้องมาอยู่กับพวกเราทุกวันก็ได้นะคะ ไปทำธุระสำคัญของพี่เถอะ ไม่ต้องคอยวนเวียนอยู่กับพวกเราทั้งวันหรอกค่ะ”
กู้ว่านที่อยู่ข้าง ๆ รีบพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่แล้วค่ะพี่หยาน ช่วงนี้พี่ชายกับพี่ฉือยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก แม้แต่เงายังไม่ค่อยได้เห็นเลย
ตามปกติแล้ว พี่ดูแลกลุ่มบริษัทใหญ่ขนาดนั้น น่าจะยุ่งกว่าพวกเขาเสียอีก...”
เธอยังพูดไม่ทันจบ ต้นแขนทั้งสองข้างก็ถูกคว้าไว้แน่นขึ้นมาทันที ราวกับถูก “ล็อก” เอาไว้
เห็นเหวินชิงกับลั่วซิงโหยวขยับเข้ามาประกบซ้ายขวาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เหวินชิงยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งดังเดิม ทว่าสายตากลับมองไปยังลู่เป่ยเย่ที่กำลังจูงมือเชอร์รี่น้อยอยู่ น้ำเสียงอ่อนโยน
“อาเย่ เมื่อวานเธอบอกว่าอยากลองไอศกรีมโฮมเมดร้านดังในอินเทอร์เน็ตใช่ไหมนะ ยังเจาะจงพูดถึงรสพิสตาชิโอกับรสข้าวด้วย”
ลู่เป่ยเย่กำลังตั้งใจดูลูกแพนด้าที่แทะไผ่อยู่ข้าง ๆ
พอจู่ ๆ ถูกเรียกชื่อ เขาก็ส่งเสียง “อ๋า” อย่างงุนงง ก่อนจะพยักหน้า “อืม ใช่ครับ ผมอยากกินรสพิสตาชิโอ”
ลั่วซิงโหยวรับช่วงต่อทันที แล้วผงกคางไปทางกู้ว่านที่ถูก “จับเป็นตัวประกัน”
“ว่านว่าน! เธอรู้ใช่ไหมว่าร้านนั้นอยู่ที่ไหน ไป ๆ ๆ รีบพาพวกเราไปเดี๋ยวนี้เลย! ไปตอนที่คนยังน้อยอยู่!”
กู้ว่าน “เอ๊ะ? ไปตอนนี้เลยเหรอ? ร้านอยู่เลยหัวมุมข้างหน้าไปนิดเดียวเอง...หนานหนาน งั้นพวกเราไปซื้อด้วยกันก่อนไหม?”
